ตามไปดู‘โอท็อปเด่น’ ปัตตานี-นราธิวาส – กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฮูลูบาลัง อ.เมือง จ. ปัตตานี มีผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่ทำจากนมแพะ เพราะที่นี่ชาวบ้านนิยมเลี้ยงแพะ ขณะที่เซรั่มหอยทาก ได้รับการคัดสรรรเป็นสินค้าโอท็อป 5 ดาวของจ.ปัตตานี เมื่อปี 2561

ตามไปดู‘โอท็อปเด่น’ปัตตานี-นราธิวาส

นายอิสรมาน ดอเลาะ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฮูลูบาลัง เล่าว่า ปี 2559 ได้รับคัดเลือกจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นเกษตรกรคนเก่งด้านการเลี้ยงแพะ และได้ร่วมกับชาวบ้านนำนมแพะมาแปรรูปเป็นสบู่โยเกิร์ตนมแพะ ซึ่งเป็นสูตรโบราณของบรรพบุรุษที่เป็นหมอยาสมุนไพร ถวายให้กษัตริย์มลายูปัตตานีสมัยก่อนเมื่อ 300 กว่าปีที่แล้ว สูตรนี้ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้โซดาไฟ น้ำหอมไม่ใส่ ใช้วิธีรมควัน เผาเปลือกไม้หอม ดอกไม้แห้ง เพื่อซึมเข้าไปในเนื้อสบู่ เป็นความหอมตามธรรมชาติ

ส่วนผสม มีน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก ผสมกับน้ำด่างขี้เถ้า และใช้นมแพะ 35% ซึ่งหากใช้เยอะจะเหลวมากไป นอกจากนี้ยังใส่โยเกิร์ต น้ำผึ้ง ว่านนางคำ เพื่อบำรุงผิวหน้า และขมิ้น ทำให้มีสรรพคุณช่วยลดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงช่วยให้ผิวเนียนเปล่งปลั่ง ขายก้อนละ 100 บาท น้ำหนัก 70 กรัม ได้รับมาตรฐาน GMP ด้วย

ตามไปดู‘โอท็อปเด่น’ปัตตานี-นราธิวาส

โสภาวดี สุวรรณ์ โชว์น้ำหลุมพี

ขั้นตอนการทำสบู่นั้น เป็นงานแฮนด์เมดที่จ้างชาวบ้านแถวนั้นมาช่วยกันทำผลิตได้เดือนละ 5,00-7,000 ก้อน ขึ้นอยู่กับออร์เดอร์

นอกจากนั้นยังผลิตสินค้าอื่นด้วย อย่างเซรั่มหอยทาก และครีมหอยทาก เพราะเห็นว่ามีหอยทากเยอะ แต่ยังไม่ได้นำใช้ประโยชน์ ทั้งที่คนสมัยก่อนนำเมือกหอยทากมาทาสมานแผลเพื่อให้แผลแห้งเร็วขึ้น โดยใช้ห้องแล็บของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นแหล่งผลิตเมือกหอยทาก ซึ่งเป็นหอยทากพันธุ์ไทย ตัวใหญ่ สีน้ำตาล

“จากการวิจัยในห้องทดลองพบว่าเมือกหอยทาก มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิว ชุ่มชื้น ซ่อมแซมผิวเสีย ช่วยทำให้ผิวหน้าผ่องใสเต่งตึง กระชับผิว ซึ่งถ้าจะว่ากันไปแล้วในเมืองไทยเซรั่มและครีมหอยทากของกลุ่มเป็นเจ้าแรกๆ ที่ทำ ก่อนที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ของประเทศเกาหลีจะส่งมาขายในเมืองไทย”

ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฮูลูบาลังอธิบายว่า เลี้ยงหอยทากไว้ที่โรงงาน เนื้อที่ 1 ไร่ ล้อมด้วยตาข่าย ปลูกผักให้กิน ก่อนนำมาสกัด จะจับมาเพื่อบำรุงก่อน 7 วัน โดยให้อาหารพวกข้าวโอ๊ต ข้าวโพดบด น้ำผึ้ง และโยเกิร์ต จะได้เมือกที่ดี

ตามไปดู‘โอท็อปเด่น’ปัตตานี-นราธิวาส

เมือกหอยทาก

เรื่องการจัดจำหน่ายนั้น ในกทม. มีตัวแทนจำหน่าย และทางกลุ่มยังออกบูธตามงานต่างๆ ของทางหน่วยงานรัฐทั้งในปัตตานีและต่างจังหวัด รวมทั้งมีลูกประจำสั่งซื้อ (สอบถามได้ที่ 09-3742-0110)

จากโอท็อป 5 ดาวของจ.ปัตตานี ทีนี้ก็มาถึงสินค้าเด่นของเมืองนรากันบ้าง

วิสาหกิจชุมชนมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อยู่ที่ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก มีนางไพลิน กมล เป็นประธานกลุ่ม มีสมาชิก 10 กว่าคนทำน้ำพริกหลากหลายชนิด ใช้ชื่อแบรนด์ “ฮานาซามา” (Hana Sama) เป็นภาษามลายู “ฮานา” แปลว่าดอกไม้ ส่วน “ซามา” แปลว่าน้ำพริก

“น.ส.โสภาวดี สุวรรณ์” ฝ่ายขายของกลุ่ม แจงว่า กลุ่มมีโรงเรือนผลิต และสินค้าทั้งหมดได้เครื่องหมายฮาลาลและอย. โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คอยให้คำปรึกษา

เริ่มแรกกลุ่มทำพวกน้ำพริกกุ้งแห้งทำแบบกึ่งแห้งกึ่งเปียก แต่อยู่ได้ไม่นานและมีรสจัด และในชุมชนนราธิวาสมีปลา กุ้ง ที่อุดมสมบูรณ์ จึงนำมาป่นและอบกลายเป็นน้ำพริกแห้งแบบอบโรยข้าว สามารถโรยกับข้าวสวย โจ๊ก ทาหน้าขนมปังหรือ ผัดกับข้าวก็ได้ มีกลิ่นหอมของกุ้งและ เครื่องเทศ

ตามไปดู‘โอท็อปเด่น’ปัตตานี-นราธิวาส

ใช้ผ้าบาติกมาหุ่อหุ้มสบู่

น้ำพริกแห้งแบบอบโรยข้าว มี 4 แบบคือ นรกกุ้ง ปลาอินทรีทรงเครื่อง บูดูทรงเครื่องและปลาหมึกย่างเกาหลี ถ้าเป็น กระปุกขายกระปุกละ 40 บาท น้ำหนัก 35 กรัม ส่วนแบบซองขนาด 25 กรัม ขายซองละ 35 บาท ใน 1 กล่องมี 4 รสชาติ เก็บได้นาน 1 ปี ขายกล่องละ 130 บาท ถ้าเป็นโซนภาคกลางน้ำพริกแห้งแบบอบโรยข้าว ปลาอินทรีทรงเครื่องจะขายดี ขณะที่กลุ่มเด็กวัยรุ่นชอบรสชาติปลาหมึกย่างเกาหลี

ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ข้าวอัดแท่งรสปลาหมึกและรสดั้งเดิม ซึ่งนำข้าวหอมกระดังงาที่เป็นข้าว GI ของจ.นราธิวาสมาแปรรูป โดยนำข้าวมาผัดรวมกับน้ำพริกปลาหมึก จากนั้นนำมาอบกรอบ พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก

ตามไปดู‘โอท็อปเด่น’ปัตตานี-นราธิวาส
ส่วนผลิตภัณฑ์ล่าสุดของกลุ่มคือ น้ำปลาหวาน ที่ทำจากเนื้อปลา อินทรีป่น จุดเด่นคือเก็บรักษาได้ 1 ปี ไม่ใส่สีไม่แต่งกลิ่นและไม่ใส่ผงชูรส แต่ใช้ระบบผ่านความร้อน 100 องศาทำให้อยู่ได้นาน

น้ำหลุมพี เป็นอีกผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่มีจำหน่ายเพียงแห่งเดียวในไทย เพราะหลุมพีเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่อยู่ในป่าพรุโต๊ะแดง ลำต้นคล้ายๆ สละหรือระกำ ต่างกันตรงที่ว่าลูกสละและระกำจะมีหนาม แต่หลุมพีไม่มีหนาม รสชาติผลสดจะเปรี้ยวและฝาด จะออกลูกเยอะช่วงหน้าฝน

ปกตินิยมนำมาทำแกงส้มหรือทำน้ำพริก แต่ถ้าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านจะแกะแล้วดองเค็มหรือดองหวาน เวลาเจ็บคอมีเสมหะหรือไม่สบายจะจิ้มเกลือรับประทาน มีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอและมีสารต้านอนุมูลอิสระ ขายขวดละ 25 บาท ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทากำลังทำวิจัย เพื่อนำหลุมพีมาแปรรูปเป็นเม็ดอม

สนใจผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน มั่นคงฯ โทร. 08-9870-3550

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน