วันที่ 10 ส.ค. ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท นายชู สอนสุข อายุ 66 ปี และนางอู๊ด สอนสุข อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ชาวบ้านหมู่ 7 ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เดินทางเข้าพบ น.ส.พรเพ็ญ โตประเสริฐ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท และ นายจุมพฏ เจตน์จันทร์ นายกสมาคมนักข่าวจังหวัดชัยนาท และที่ปรึกษาธรรมาภิบาลจังหวัดชัยนาท เพื่อขอความเป็นธรรมหลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สรรพยา เรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหา และแจ้งข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า เป็นผู้มีอิทธิพล และมีผู้นำท้องถิ่นให้การสนับสนุน
นอกจากนี้ยังถูกอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ บ้าน รถจักรยานยนต์ วัว 13 ตัว ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จึงขอร้องเรียนฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ช่วยเหลือคนจน ซึ่งมีอาชีพเลี้ยงวัว และรับจ้างทั่วไป รายได้หลักร้อยต่อวัน ไม่ได้มีพฤติกรรม การกระทำดังที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด แต่ตรงกันข้ามกลับถูกกลุ่มบุคคลเข้ามาข่มขู่เป็นระยะจนเกิดความหวาดกลัวจนคิดจะฆ่าตัวตาย
นายจุมพฏ กล่าวว่า ในฐานะนายกสมาคมนักข่าวจังหวัดชัยนาท และที่ปรึกษาธรรมาภิบาลจังหวัดชัยนาท ยินดีรับเรื่องนี้ไว้ เพื่อพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะผิดหรือถูกจะต้องมีการพิสูจน์ทราบ เพราะทราบมาว่าผู้เดือดร้อนอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มานานมากแล้ว แต่หากมีความผิดจริงผู้เดือดร้อนพร้อมที่จะออกจากพื้นที่แต่ต้องให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้ การยึดทรัพย์สินส่วนตัวที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรง การใช้อิทธิพลข่มขู่ชาวบ้านนั้นไม่มีความเป็นธรรม ชาวบ้านกี่หลังคาเรือน หรือแม้แต่หลังคาเรือนเดียวก็ถือว่าเป็นผู้ได้รับความทุกข์เดือดร้อน อย่างไรก็ตามจะต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย
นางอู๊ด กล่าวว่า ตนเครียดมาก นอนไม่หลับมา 2 คืน หลังจากมีผู้ใหญ่ของตำรวจมาลงพื้นที่ แล้วมีตำรวจเข้าไปที่บ้าน โดยยึดอายัดทรัพย์สินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถจักรยานยนต์ วัว 13 ตัว โดยถูกสั่งห้ามทำการเคลื่อนย้าย หรือจำหน่ายโดยเด็ดขาด จึงได้คุยกันเตรียมนำเชือกล่ามวัวมาผู้คอตายกันทั้งหมด จะได้หมดปัญหา หมดหนทางสู้แล้ว ไม่รู้ว่าจะสู้ได้อย่างไร ไม่รู้จะพึ่งใคร จะผูกคอตาย แต่ห่วงหลาน
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อร่วมประชุมติดตามคดีที่นางภัทรภร ฐิติยาภรณ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี มาร้องทุกข์ ว่ามีกลุ่มบุคคลได้กระทำการบุกรุกที่ดินสาธารณะประโยชน์ ในพื้นที่ 5 ไร่ ที่หมู่ 7 ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา และพบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิสำหรับที่ดิน โดยมีนายชู สอนสุข และนางอู๊ด สอนสุข รวมถึงหลานสาว อาศัยอยู่
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ.2498 มาตรา 54 ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตร 9 ฐานเข้าไปยึดถือครอบครองรวมตลอดถึงการก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใดให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่กรวด หรือที่ทราย
ต่อมา เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายชู และนางอู๊ด ถูกนำตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.สรรพยา และถูกแจ้ง 3 ข้อหา ได้แก่เป็นผู้มีอิทธิพล บุกรุกพื้นที่ป่า และมีผู้นำท้องถิ่นให้การสนับสนุน