เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 12 ต.ค.59 พระครูวิสุทธิธรรมโสภิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก พระอารามหลวง ทำหน้าที่พระวินยาธิการ หรือตำรวจพระ ประจำอำเภอเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่า พบเห็นพระลงเล่นน้ำทะเลในยามวิกาล บริเวณสะพานสราญวิถี ชายหาดทะเลหน้าอ่าวประจวบฯ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบฯ ไปตรวจสอบ โดยเมื่อไปถึงพบพระรูปหนึ่งเดินขึ้นมาจากน้ำทะเลและกำลังห่มผ้าจีวร ท่ามกลางสายตาประชาชนและนักท่องเที่ยวที่นั่งพักผ่อนอยู่บริเวณสะพานสานวิถี ซึ่งได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปจำนวนมาก พระครูวิสุทธิธรรมโสภิต ในฐานะตำรวจพระ ได้ดำเนินการเข้าว่ากล่าวตักเตือน จากนั้นนิมนต์ตัวไปสอบปากคำที่โรงพัก ถึงความเป็นมาและวัดต้นสังกัด

 

เบื้องต้น ไม่พบเอกสาร หรือหนังสือสุทธิ แสดงความเป็นพระและต้นสังกัดที่แน่ชัด มีเพียงแต่ใบแจ้งความลงบันทึกประจำวันว่าเอกสารพระสูญหายเท่านั้น และบันทึกประจำวันได้หมดอายุเกิน 15 วันแล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านเห็นพระรูปดังกล่าวเดินไป-มาอยู่ที่บริเวณหมู่บ้านทุ่งมะเม่า ตำบลอ่าวน้อยครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งพระรูปดังกล่าวอ้างว่ามาจากจังหวัดกาญจนบุรี ถูกวัดต้นสังกัดขับไล่ให้ออกจากวัดกำลังจะเดินทางด้วยเท้าลงใต้โดยไม่ได้ระบุจุดหมาย ส่วนที่ลงเล่นน้ำทะเลนั้นอ้างว่าเพื่อรักษาอาการคันตามร่างกายเท่านั้น

 

ตำรวจพระจึงได้พาส่งขึ้นรถไฟฟรี ที่สถานีรถไฟอำเภอเมืองประจวบฯ ระหว่างนั้นยังได้พบพระอีก 1 รูป นั่งอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟ จึงเข้าตรวจสอบเอกสารพบว่า มีสมุดระบุต้นสังกัด แต่เมื่อสอบถามว่ามาจากไหนและกำลังจะไปไหน พระรูปดังกล่าวตอบพูดจาวกไปวนมาโดยไร้จุดหมายเช่นกัน และเนื่องจากพระทั้ง 2 รูป ประพฤติตนไม่เหมาะสมในเพศสมณะต่อหน้าสายตาประชาชนและนักท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นยามวิกาลและอยู่ในช่วงเข้าพรรษา จึงได้ส่งให้ขึ้นรถไฟฟรีออกจากพื้นที่จังหวัดประจวบฯโดยด่วน พร้อมคาดโทษไว้ว่าหากพบอีกครั้งจะต้องถูกจับสึกทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน