เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางศิริรัตน์ เอี่ยมรักษา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/288 หมู่ 4 ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เจ้าของร้านเอกพงษ์ ลอตเตอรี่ ซึ่งเปิดร้านขายล็อตเตอรรี่บนรถจักรยานยนต์พ่วง ตั้งแผงขายอยู่ภายในวัดสว่างอารมณ์ แคแถว ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ว่าในวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเข้ามาขายของในวัดกับนายนพนันฐ์ วงค์โชติ อายุ 49 ปี สามี ขณะนั้นมีมิจฉาชีพเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี แฝงตัวเข้ามาทำบุญ แล้วเข้ามาที่ร้านเพื่อขอขึ้นเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 งวดประจำวันที่ 16 ก.ค.2560 งวดที่ 28 ชุดที่ 09 หมายเลข 814512 ตรงกับรางวัลที่ 4 จำนวนเงิน 40,000 บาท
ขณะนั้นในตัวไม่มีเงิน จึงบอกกับหญิงคนดังกล่าวว่า ให้เดินไปทำบุญก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่ เพราะไม่ได้พกเงินสดมา จะต้องออกไปกดที่ตู้เอทีเอ็มนอกวัด หากทำบุญเสร็จแล้วให้เดินกลับมาขึ้นเงินรางวัลที่ร้านใหม่ จากนั้นตนจึงขี่รถออกไปกดเงินมารอ กระทั่งเวลาผ่านไป 30 นาที หญิงคนดังกล่าวเดินกลับมาแล้วนำสลากกินแบ่งรัฐบาลมอบให้ ตนจึงส่งเงินสดจำนวน 40,000 บาทให้พร้อมกับถ่ายรูปสลากเก็บไว้ด้วย
จากนั้นตนนำสลากใบดังกล่าวไปขึ้นกับกองสลากกินแบ่งรัฐบาลที่กรุงเทพ และรับเงินมาเรียบร้อย หลายวันผ่านไปทางกองสลากแจ้งกลับมาที่ตนว่า หมายเลขสลากของตนถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวเลข จากเดิมเป็นเลข 814511 แต่ถูกแก้ไข เปลี่ยนเลขหลักหน่วยจากเลข 1 เป็นเลข 2 เพื่อให้ตรงกับสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 814512 กับรางวัลที่ 4 จำนวนเงิน 40,000 บาท
หลังจากทราบจึงนำเงินไปคืนให้กับกองสลากและเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี โชคดีที่ตนถ่ายรูป เก็บไว้ได้ เนื่องจากวันนั้นไม่ได้ขอบัตรประชาชนไว้เป็นหลักฐาน เพราะไม่คาดคิดว่าจะเจอมิจฉาชีพแฝงตัวมากในลักษณะนี้ อย่างไรก็ตาม อยากฝากเตือนพ่อค้า แม่ค้าที่รับขึ้นรางวัล หรือประชาชนทั่วไปก็ดีที่ซื้อสลากตามร้านค้าทั่วไป ขอให้ตรวจตราดูให้ถี่ถ้วน ไม่เช่นนั้นจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้ได้
สำหรับสลากกินแบ่งรัฐบาลใบดังกล่าว ก่อนที่จะขึ้นเงินรางวัลตนได้ตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ไม่มีอะไรที่ผิดสังเกตหรือผิดเพี้ยนไป เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้ทำได้แนบเนียนมากที่สุด และมาทราบภายหลังจากกองสลากที่แจ้งกลับมาว่า สลากใบนี้ตรงรางวัลที่ 4 ฉบับนี้ไม่ใช่สลากปลอม แต่เป็นสลากจริงที่ถูกแก้ไขตัวเลขหลักหน่วย
นอกจากนี้ เจ้าของร้านยังกล่าวอีกว่า หลังจากมีมิจฉาชีพสาวมาขึ้นเงินรางวัลไปนั้น มีชายวัย 30 ปี เดินเข้ามาขอขึ้นเงินรางวัลที่ 4 เช่นกัน แต่ตนไม่มีเงินจึงบอกให้รอ แต่ชายคนดังกล่าวไม่รอ โดยตนสันนิษฐานว่าอาจเป็นมิจฉาชีพในแก๊งเดียวกัน ขอฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าว่าให้ระมัดระวัง แก๊งมิจฉาชีพมีหลายรูปแบบ หากสังเกตไม่ดีอาจจะตกเป็นเหยื่อได้


