บุกยึดทรัพย์ “ณรงค์ สินเธาว์” เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ หลังตำรวจสกัดจับได้พร้อมยาบ้า 170,000 เม็ด ซุกซ่อนในช่องลับรถกระบะ ขยายผลพบทรัพย์สินเกี่ยวกับยาเสพติดในเชียงใหม่ มูลค่าไม่น้อยกว่า 12 ล้านบาท ขณะที่ตร.สันนิษฐาน ยังมีกลุ่มขบวนการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังลอยนวลอยู่ พร้อมเร่งสืบสวนขยายผล
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 15 ส.ค. พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.โสภณ ภักดิ์เกษม ผบ.กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเชียงใหม่ นายกิตติชัย เหลืองกำจร ผอ.ปปส.ภ.5 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กว่า 100 นาย บุกเข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์เป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดของนายณรงค์ สินเธาว์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ ขณะกำลังลำเลียงยาบ้าซุกซ่อน ในช่องลับของรถกระบะ จำนวน 170,000 เม็ด และถูกทางตำรวจ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง สกัดจับได้ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา
โดยจากผลการตรวจสอบและขยายผลตามขั้นตอนพบว่า นายณรงค์ สินเธาว์ ผู้ต้องหานั้น มีทรัพย์สินอยู่ในพื้นที่ของจ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันเข้าตรวจสอบ และยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบทราบว่า ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของ นายณรงค์ สินเธาว์ นั้นกระจายออกเป็น 3 จุด เจ้าหน้าที่จึงได้แบ่งชุดเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบในวันนี้ โดยเป้าหมายแรกที่ เข้ายึดทรัพย์เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พร้อมโรงผลิตน้ำดื่ม และรถยนต์จำนวน 3 คัน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้ายึดทรัพย์บ้านพร้อมที่ดิน ใน อ.แม่ริม และอ.สันทราย อีก 2 หลัง รถยนต์ 3 คัน และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ รวมไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาท และยังเข้าตรวจสอบบ้านของเครือข่าย ผู้ร่วมขบวนการใน อ.ฝาง และ อ.แม่อาย พร้อมกันอีก 2 แห่งด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับเครือข่ายยาเสพติดของ นายณรงค์ สินเธาว์ จากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่ทางสันนิษฐานว่า น่าจะมีกลุ่มขบวนการอยู่เบื้องหลังอีกหลายราย โดยจากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มขบวนการนี้จะดัดแปลงช่องลับในรถยนต์ เพื่อซุกซ่อนยาเสพติด และตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจุดตรวจและจุดสกัด แล้วลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้และประเทศเพื่อนบ้าน ครั้งละปริมาณมหาศาล
ซึ่งก่อนหน้านี้ทางจนท.ได้เคยดำเนินการยึดทรัพย์ของ นายณรงค์ พร้อมพวกอีก 7 คน ไปแล้วกว่า 40 ล้านบาท โดยคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ส่วนกลุ่มขบวนการที่อยู่เบื้องหลังและยังลอยนวลอยู่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็กำลังเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง



