จับแล้วโจรใช้ปืนจี้ร้านสะดวกซื้อ 2 แห่งติด ตร.สืบจากบัตรประชาชน-สำเนาทะเบียนบ้านที่ใช้ซื้อรถ แต่ไม่ผ่านอนุมัติ เลยทิ้งเอกสารไว้ที่ร้าน ก่อนจนมุมคารีสอร์ต
กรณีคนร้ายใช้ปืนจี้ชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อ สาขาปากทางชุมชนดาวเรือง ในเขตสภ.เมืองสระบุรี โดยมีรูปร่างผอมสูง ผิวคล้ำสูงประมาณ 170 ซม.สวมหมวกกันน็อกสีดำเต็มใบ ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีเหลืองอมส้ม คอ-ปลายแขนสีดำด้านหลังปักอักษรคำว่า “ปลอดภัยไว้ก่อน” กางเกงยืดกีฬา สีดำ สวมรองแตะ ชักอาวุธปืนลูกโม่ ออกมาบังคับให้ส่งเงินมาให้ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หนีไปทางถนนสายห้วยบง ท่าลาน จากนั้นในระยะเวลาใกล้เคียงกัน คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อ สาขากริมถนนพหลโยธิน ใกล้แยกสัญญาณไฟบ้านหนองม่วง ท้องที่ ต.ห้วยบง อีกครั้ง โดยเหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา นั้น
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 2 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ประสานกับทาง สภ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุชิงทรัพย์ ซึ่งรวมกันแล้วประมาณ 2,600 บาท ประชุมชุดสืบสวนลงพื้นที่ตามแกะรอยกล้องวงจรปิดที่คิดว่าคนร้ายใช้เส้นทางหนี
จนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่แกะรอย จนทราบตัวผู้ต้องหาชื่อ นายเอ๋ อายุ 42 ปี ชาว อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา หลบหนีโดยใช้รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ ทะเบียนไม่ติด ผ่านเส้นทางห้วยบง ท่าลานหลังก่อเหตุ ไปพักที่บ้านใน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา
ก่อนที่จะเปลี่ยนรถเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น MSX สีน้ำเงิน ไม่ติดบ้ายทะเบียน ขี่หนีออกไปหลบซ่อน โดยมาเปิดห้องพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในอ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี จนชุดสืบสวนของ สภ.เมืองสระบุรี สภ.เฉลิมพระเกียรติ และชุดสืบจังหวัดสระบุรี สามารถเข้าจับตัวภายในรีสอร์ตแห่งนี้ โดยใช้เวลาจับกุมคนร้ายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง
พ.ต.อ.พิศณุ วิทยาภรณ์ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนของสภ.เมืองสระบุรี สภ.เฉลิมพระเกียรติ และชุดสืบสวนจังหวัดสระบุรี ประสานงานกัน โดยติดตามผู้ต้องหาที่ทราบชื่อว่า นายเอ๋โดยใช้วิธีเช็คกล้องวงจรปิดเส้นทางการหลบหนีจนทราบว่า หลังก่อเหตุชิงเงินร้านสะดวกซื้อทั้ง 2 แห่งใช้เดินทางถนนห้วยบง-ท่าลาน เป็นเส้นทางการหลบหนี
จากนั้นชุดสืบแกะรอย โดยเข้าไปยังพื้นที่ อ.ท่าเรือ ซึ่งเป็นร้านขายรถจักรยานยนต์ จึงเข้าไปสอบถาม โดยมีรูปผู้ต้องหาให้ทางร้านดู ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ของทางร้านเคยเห็นหน้า และกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เคยเจอผู้ชายในรูป และเห็นในทีวีว่าเป็นโจรชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อที่สระบุรี
โดยผู้ต้องหามีอาชีพเป็นผู้รับเหมาทำไฟ ของการไฟฟ้าแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา และเคยมาทำเรื่องซื้อรถจักรยานยนต์ที่ร้าน โดยนำเอกสารสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านมายื่นเพื่อซื้อรถจักรยานยนต์ ปรากฏว่าไม่ผ่านการอนุมัติ เลยทิ้งเอกสารไว้ที่ร้าน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจขอเอกสารดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับรูปที่ผู้ต้องหาก่อเหตุ ปรากฏว่าเป็นชายในรูปที่ก่อเหตุ จึงลงพื้นที่ใน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ปรากฏว่าจากการสืบในเชิงลึก ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนรถจักรยานยนต์ จากยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ มาเป็นยามาฮ่า รุ่น MSX สีน้ำเงิน (ไม่ติดป้ายทะเบียน) เดินทางไปยัง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่จึงเดินทางมายังรีสอร์ตดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ใน อ.มวกเหล็ก โดยผู้ต้องหามาเปิดห้องพักหลังก่อเหตุ 1 วัน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ซุ่มดูจนเวลา 16.00 น. เมื่อสบโอกาสจึงเข้าจับกุม โดยที่ผู้ต้องให้การยอมรับว่าก่อเหตุจริงทั้ง 2 สถานที่ โดยสามารถยึดปืน บีบีกันลูกโม่ รุ่น 357 และรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนี หมวกกันน็อก เสื้อกางเกงที่ใช้ในวันก่อเหตุ ป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์
จากการสอบถามผู้ต้องหา ให้การว่า ตนไม่มีเงินต้องการเงินไปใช้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาแก่นายเอ๋ ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน ใช้ยานพนะในการก่อเหตุ และหลบหนี
คุมตัวดำเนินคดีต่อไป


