หนุ่มขอนแก่นขับรถจักรยานยนต์ผ่านบึงแก่นนคร เห็นชายวัยรุ่นนั่งดื่มสุราคนเดียวพร้อมกับบ่นพึมพำ วนรถกลับไปดูพบวินาทีชายหนุ่มใช้เชือกมัดคอกระโดดลงจากต้นไม้สุดท้ายกลายเป็นศพ พร้อมจม.ลาตาย

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 2 ก.ย. พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต รอง ผกก.(ป.) สภ.เมืองขอนแก่น ขณะกำลังออกตรวจพื้นที่ในความรับผิดชแบตามปกติ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ “แก่นนคร 191” สภ.เมืองขอนแก่น ว่ามีผู้พบศพมีคนผูกคอเสียชีวิตเหตุเกิดบริเวณริมบึงแก่นนคร เขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบ พร้อมกับพ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น แพทย์นิติเวช จากรพ.ศรีนครินทร์ เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ

ที่เกิดเหตุบริเวณริมบึงแก่นนคร ฝั่งศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ เจ้าหน้าที่พบศพชายเสียชีวิตในลักษณะมีเชือกสีแดงคล้องที่คอ ขาติดพื้น ใต้ต้นมะค่า ภายในบึงน้ำดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาคือนายอดิพงษ์ คูสกุล อายุ 25 ปี ชาวจ.ขอนแก่น ซึ่งจากการตรวจสอบข้างศพพบสมุดโน้ตเล่มเล็กตกอยู่ โดยมีข้อความเขียนไว้ว่า “ผมตายแล้วติดต่อบอกตุ๊กให้หน่อยนะครับ บอกว่าผมตายแล้ว ขอบคุณมากๆนะครับ ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอก” เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำร่างของผู้เสียชีวิตลงมาจากต้นไม้ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพ โดยเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ใดๆ

จากการสอบถามนายบุญเลิศ โฉมสุภาพ ผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่าขณะขับขี่จักรยานยนต์ เพื่อกลับบ้านพัก โดยเมื่อขับมาถึงจุดดังกล่าวสังเกตเห็นผู้ตายนั่งดื่มสุราคนเดียวใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ โดยนั่งบ่นอะไรบางอย่าง และเมื่อขับรถผ่านไปไม่นานนักด้วยความสังหรณ์ใจจึงขับรถย้อนกลับมา จังหวะนั้นเห็นผู้ตายกระโดดลงมาจากต้นไม้ ด้วยความตกใจจึงตะโกนเรียกให้คนช่วย และรีบขับรถไปบอกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุให้มาช่วย แต่ชายดังกล่าวได้ใช้เชือกผูกคอและกระโดดลงมานากต้นไส้และเสียชีวิตทันที

พ.ต.ท.ภูสยาม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้ง เบื้องต้นไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ใดๆ ขณะที่จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างให้การตรงกันว่าผู้ตายได้ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ ก่อนจะใช้เชือกไนล่อนผูกคอและกระโดดลงมาจากต้นไม้จนกระทั่งเสียชีวิต ทั้งนี้จะมีการติดต่อญาติมาพบรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางพิธีทางศาสนาและจะทำการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน