นครราชสีมา วันนี้ (13 ต.ค. 59) ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนว่า มีชาวบ้านในชุมชนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเอกชนซึ่งซื้อที่ไว้ข้างบ้าน สร้างรั้วปิดทางเข้าออกชุมชน กลายเป็นที่ตาบอด จนต้องมุดรั้วเข้าออกบ้านแทน ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างชุมชนราชนิกูล 2 กับ 3 ด้านหลังชุมชนเป็นพื้นที่ของเอกชนรายหนึ่ง ประมาณ 5 ไร่ 2 งาน เจ้าของอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเพิ่งจะซื้อต่อจากเจ้าของเดิมในจังหวัดนครราชสีมา และได้ทำการปรับพื้นที่ให้โล่งเตียน พร้อมกับกั้นรั้วสังกะสีเลาะปิดด้านหลังชุมชน เพื่อประกาศขายต่อ ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่กว่า 100 หลังคาเรือน แต่มีอยู่ 4 หลังคาเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะหลังบ้านเป็นซอยตัน ด้านหน้าติดกับรั้วสังกะสี ทำให้ไม่มีทางเข้าออกบ้าน ต้องมุดรั้วสังกะสีเข้าออกบ้านแทน
นายยุทธศักดิ์ วิบูลย์อรรถ อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 117 ชุมชนราชนิกูล 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา หนึ่งในชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยว่า บ้านของตนเองและเพื่อนบ้านในชุมชนราชนิกูล ตั้งอยู่บนพื้นที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเดิมทีนั้นบ้านของตนได้ใช้ถนนด้านหลังชุมชน เข้าออกบ้านเพื่อไปทำมาค้าขายในตลาดประตูไชยณรงค์ทุกวัน ต่อมาภายหลังจากเอกชนเจ้าของที่ดินด้านหลังชุมชน ได้ทำการปิดกั้นรั้วเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 เป็นต้นมา ก็ทำให้บ้านของตนถูกปิดทางเข้าออก รวมทั้งเพื่อนบ้านอีกรวม 4 หลังคาเรือน คือชุมชนราชนิกูล 2 บ้านเลขที่ 123, 125 และชุมชนราชนิกูล 3 บ้านเลขที่ 117, 119 มีผู้อยู่อาศัยในบ้านทั้งหมด 17 คน โดยเฉพาะบ้านของตน มีสมาชิกครอบครัวอยู่ทั้งหมด 6 คน พ่อ แม่ ลูก และยาย ดังนั้นทั้ง 17 คน จาก 4 หลังคาเรือน ต้องหาทางเข้าออกบ้านด้วยการลอดรั้วสังกะสี บริเวณหน้าบ้านของตนแทน เพราะเจ้าของที่ไม่อนุญาตให้เปิดรั้ว ซึ่งรั้วก็มีความสูงจากพื้นประมาณ 50 เซนติเมตร และสังกะสีรั้วก็มีความคมมาก ต้องใช้ความระมัดระวังในการมุดเข้าออก หลายคนจึงถูกสังกะสีบาดหลังบ่อยครั้ง สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะลูกสาวของตน ซึ่งกำลังท้องแก่แต่ต้องมามุดรั้วสังกะสีไปหาหมอด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ผู้เดือดร้อนทั้งหมด ยังไม่สามารถนำรถจักรยานยนต์ไปจอดในบ้านได้ ต้องนำมาจอดไว้ลานด้านนอกบริเวณที่เอกชนแทน ซึ่งก็กลัวว่าจะถูกโจรกรรมไปเมื่อไหร่ไม่รู้
นายยุทธศักดิ์ฯ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนกับเพื่อนบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ก็เคยไปเจรจากับบ้านที่อยู่ติดกับถนนทางตันหลังบ้าน เพื่อขอเปิดรั้วเป็นทางเข้าออกให้บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้รับความยินยอมจากลูกชายเจ้าของบ้าน โดยอ้างว่ากลัวจะรบกวนความเป็นส่วนตัว ดังนั้นตนจึงได้นำเรื่องไปร้องเรียนกับหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น เทศบาลนครนครราชสีมา, สำนักงานพระพุทธศาสนา, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา และอัยการจังหวัดนครราชสีมา แต่เรื่องก็ยังไม่มีความคืบหน้า โดยมีเพียงเทศบาลนครนครราชสีมาเท่านั้น ที่เคยมาเจรจากับเจ้าของที่เอกชน ว่าเมื่อขายที่ให้กับเจ้าอื่นแล้วก็ขอพื้นที่สร้างทางเข้าออกชุมชนไว้ 50 เซนติเมตร โดยทางสำนักงานพระพุทธศาสนาให้อีก 50 เซนติเมตร รวมเป็น 1 เมตร เพื่อใช้สร้างทางเข้าออกชุมชน ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องรอจนกว่าจะมีคนซื้อที่ตรงนี้ก่อน แต่ไม่รู้ว่าเมื่อใด เพราะตอนนี้ก็ยังไม่มีใครมาติดต่อขอซื้อที่เลย ดังนั้นความหวังเดียวตอนนี้คือการขอให้เพื่อนบ้านเปิดทางเข้าออกให้เท่านั้น นายยุทธศักดิ์ฯ กล่าว
ด้านนางชนาภัทร ใจรักษา อายุ 31 ปี ชาวชุมชนราชนิกูล 3 บ้านเลขที่ 119 หนึ่งในผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า ตนมีลูกสาวอายุ 4 ขวบ ซึ่งกำลังจะส่งเข้าเรียนชั้นอนุบาลในเทอมหน้าแล้ว ดังนั้นตอนนี้ต้องดูแลลูกสาวไม่ให้ออกไปนอกบ้าน เพราะต้องมุดรั้วสังกะสี กลัวว่าจะถูกสังกะสีบาดจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนการเข้าออกบ้านนั้นลำบากมาก รถจักรยานยนต์ต้องจอดทิ้งไว้ด้านนอกชุมชน ซึ่งไม่มีคนเฝ้า จะไปทำธุระอะไรก็ไม่สะดวก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยไกล่เกลี่ย ขอให้เพื่อนบ้านเปิดทางเข้าออกให้บ้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปได้ในระดับหนึ่ง นางชนาภัทรฯ กล่าว


