เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีจอมปลวกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีลักษณะเหมือนพระพุทธรูป บริเวณเชิงดอยวัดพระธาตุจอมกิตติ จ.เชียงราย จนมีชาวบ้านแห่ไปขอเลขเด็ด จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดพระธาตุจอมกิตติ ตั้งอยู่หมู่บ้านจอมกิตติ ม.6 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ใกล้แม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านที่ทราบข่าวว่ามีจอมปลวกที่ขึ้นตามธรรมชาติมีลักษณะเหมือนพระพุทธรูป จึงพากันเข้าไปกราบไหว้บูชาอย่างต่อเนื่อง โดยจุดที่พบจอมปลวกแปลกตาดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณทางขึ้นสู่พระธาตุจอมกิตติ ซึ่งเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติความเป็นมาคู่อาณาจักรโยนกเชียงแสนมายาวนานกว่า 1,000 ปี โดยเมื่อขึ้นติดกับถนนทางขึ้นเขาสู่พระธาตุประมาณ 20 เมตร ห่างจากผิวถนนเข้าไปในป่าไปประมาณ 10 เมตร ก็พบจอมปลวกดังกล่าว

โดยจอมปลวกที่รูปทรงเหมือนพระพุทธรูปดังกล่าวตั้งอยู่เกาะกับตอของต้นสักที่ตายแล้ว และเหลือเพียงตอสูงจากพื้นประมาณ 50 เซนติเมตร และจอมปลวกเกาะข้างด้านหนึ่งของตอสักและมีรูปทรงเหมือนพระพุทธรูปปางสมาธิหรือปางมารวิชัยสูงเกือบเท่ากัน โดยมีทั้งส่วนล่างที่เป็นฐานใหญ่ที่เป็นจอมปลวกเก่าที่มีมานาน และส่วนกลางที่นูนออกทั้ง 2 ด้านเป็นแขนของพระพุทธรูปและส่วนบนสุดที่เป็นเศียรที่ทั้งพระเกศลักษณะเหมือนพระพุทธรูปรุ่นสิงห์ 1 หรือสิงห์ 2 ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช้านาน

นายนิกร เหล่าวานิช ประธานชมรมรักเชียงแสน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นจอมปลวกดังกล่าว โดยพุทธศาสนิกชนหรือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างก็พากันเดินทางขึ้นไปนมัสการพระธาตุจอมกิตติที่มีชื่อเสียงกันตามปกติ โดยทางขึ้นลงก็ไม่สูง เพราะเป็นภูเขาลูกเล็กกระทั่งเมื่อหลังฤดูฝนราววันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ชาวบ้านก็พบเห็นจอมปลวกมีลักษณะดังกล่าวแล้วและหลังจากนั้นอีกหลายวันก็ยังคงก่อรูปทรงจนสมบูรณ์เหมือนในปัจจุบัน

“เชื่อกันว่าจอมปลวกเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะตั้งอยู่ใกล้กับพระธาตุจอมกิตติ และสิ่งที่ผู้คนทราบกันน้อยคือบริเวณดอยเดียวกันนี้เป็นที่ตั้งของวัด 5 แห่งที่มีคำว่าจอม นำหน้าคือพระธาตุจอมกิตติ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วและจอมแจ้ง จอมหมอก จอมสวรรค์ และจอมแว่ อย่างไรก็ตามวัดอื่นๆ กลายเป็นวัดร้างโดยเหลือเพียงโบราณสถานคงค้างอยู่ให้เห็นเพียงเล็กน้อย และมีบ้านเรือนชุมชนไปตั้งอยู่รอบๆ พระธาตุจอมกิตติแทน” นายนิกร กล่าวและว่า

ดังนั้นภายหลังพบจอมปลวกที่เป็นรูปองค์พระพุทธรูปดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านพากันกราบไหว้บูชาโดยนำดอกไม้ธูปเทียนและอื่นๆ เข้าไปสักการะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็คงจะมีการดูแลรักษากันไปตามสภาพ โดยจะอยู่ยั่งยืนหรือเสื่อมสลายไปก็ให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปคือบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของวัดโบราณจำนวนมากจึงควรค่าแก่การประชาสัมพันธ์ในอนาคตเป็นอย่างยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน