เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี เขตบางบอน กทม. พ.ต.อ. ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ่อ แม่ ภรรยา และญาติ ของนายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ อายุ 47 ปี แพะคดีร่วมกันวิ่งราวเพชร ได้มารอการปล่อยตัวหลังจากศาลมีคำสั่งยกฟ้องคดีวิ่งราวทรัพย์ที่เป็นเพชรมูลค่า 15 ล้านบาท
ต่อมานายพิสิษฐ์ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษธนบุรี ทันทีที่นายพิสิษฐ์ออกจากเรือนจำ ได้ก้มลงกราบเท้าผู้เป็นแม่ ขณะที่แม่ได้นำน้ำมนต์มาพรมทั่วตัวนายพิสิษฐ์ เพื่อปัดสิ่งชั่วร้ายเพื่อให้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม
นายพิสิษฐ์ เปิดเผยว่า ดีใจมากที่ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ ที่สุดท้ายแล้วพิสูจน์ว่าตนไม่ได้เป็นคนทำผิด ขณะที่อยู่ในเรือนจำนั้นได้รับความดูแลอย่างดี ตนสบายกายแต่ไม่สบายใจ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ตนถูกจับตัวไปขณะที่กำลังเตรียมจะขายของที่ จ.นครพม โดยถูกพาไปที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง มีชายอ้างเป็นตำรวจ 3 นาย ใช้เท้าเตะและเอาผ้าขนหนูปิดหน้า พร้อมถามว่าเอาเพชรไปไว้ไหน ตนยืนยันว่าไม่รู้เรื่องและไม่ได้เอาไป เตะให้ตายตนก็ไม่รู้เรื่อง ยิ่งทำให้ถูกทำร้ายจนยื่นข้อเสนอขอวีดีโอคอลกับผู้เสียหาย เพื่อให้เห็นหน้าตาว่าตนไม่ได้ทำ แต่ผู้เสียหายกลับพูดเพียงว่า เอาเพชรไปไว้ไหนเท่านั้น
นายพิสิษฐ์ เปิดเผยต่ออีกว่า ตนไม่ทราบว่าทำไมตำรวจจึงเข้าใจว่าตนเป็นคนทำ เพราะยืนยันว่าตนไม่ได้เข้ากรุงเทพมา 3 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลานั้นอยู่ที่ จ.นครพนมกับครอบครัวตลอด แต่สงสัยว่าอาจจะเป็นเพราะตนเคยใช้บัตรประชาชนไปซื้อและจำนำจักรยานยนต์ก่อนที่ตำรวจจะพบว่าบัตรประชาชนถูกนำไปเปิดซิมโทรศัพท์ติดต่อกับผู้เสียหาย อยากบอกตำรวจชุดนั้นว่า อยากให้จับคนร้ายตัวจริงให้ได้ และหลังจากออกจากที่เรือนจำคงกลับไปขายของเหมือนเดิม ตนอยากไปอยู่กับครอบครัว คิดถึงแม่ ลูก ภรรยามาก ส่วนเรื่องคดีหรือฟ้องกลับนั้น ตนไม่รู้กฎหมาย ขอปรึกษาผู้เกี่ยวข้องก่อน และขอบคุณกระทรวงยุติธรรม เรือนจำและหลายๆ คนที่ช่วยเหลือตนมาตลอด
พ.ต.อ.ดุษฎี เผยว่า พูดแล้วอายมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเงินที่รัฐจะเยียวยาเพียงแสนกว่าบาท แต่ในการสู้คดีนั้นทางครอบครัวกู้หนี้มามาก ในกรณีของนายพิสิษฐ์ โชคดีที่มีความรู้กลับไปทำมาหากินได้ ขณะที่บางกรณีต้องเสียเงินจำนวนมาก และเมื่อชนะคดีก็กลับไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้ เราจึงเล็งเรื่องสร้างอาชีพเป็นหลัก