เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ก.ย. นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 7 ถนนคีรีรัฐ ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี แพะในคดีวิ่งราวเพชร 15.8 ล้าน พร้อมด้วย นายศักดิ์ศิริ สวัสดิโภชา ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ประจวบ ขันทอง สว.(สอบสวน) สน.บางบอน เพื่อลงบันทึกแสดงความบริสุทธิ์ใจ และแจ้งว่าไม่เคยนำบัตรประชาชนไปใช้ในทางมิชอบหรือกระทำผิดกฎหมาย

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เนื่องจากบัตรเก่านั้นมีผู้นำไปใช้ซื้อโทรศัพท์และเปิดเครื่องใหม่ จึงส่งผลให้ตนเองต้องเข้าไปพัวพันกับคดีดังกล่าว วันนี้จึงเดินทางมาลงบันทึกประจำวันเอาไว้เพื่อยืนยันว่า ในช่วงก่อนและระหว่างที่ตนถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำนั้นไม่ได้นำบัตรประชาชนไปใช้ในทางที่ผิดแต่อย่างใดและขอให้ตำรวจจับคนร้ายตัวจริงให้ได้

ด้าน นายศักดิ์ศิริ เปิดเผยว่า ในเรื่องของคดีความที่นายพิสิษฐ์และญาติๆ ต้องการดำเนินการในเรื่องเยียวยาและดำเนินการด้านกฎหมายกับทางตำรวจชุดจับกุมนั้น ขณะนี้จะต้องรอเวลาประมาณ 30 วัน ว่าฝ่ายโจทย์จะยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลหรือไม่ ถ้าหากเกิน 30 วันแล้วยังไม่ยื่นอุทธรณ์คดี ตนจะนำนายพิสิษฐ์พร้อมพยานหลักฐาน ทั้งหมดที่มีเดินทางเข้าร้องทุกข์แจ้งความดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างแน่นอน

ขณะที่ พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.บางเสาธง กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามพยานหลักฐาน ซึ่งในส่วนของวันที่จับกุมนายพิสิษฐ์ นั้นไม่ใช่ตำรวจสน.บางเสาธงไปจับแต่แรก แต่ตำรวจสน.บางเสาธงไปอายัดตัวมาอีกทอดหนึ่งจาก สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา หลังนายพิสิษฐ์ถูกจับกุมตามหมายคดีร่วมกันฉ้อโกง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คดีอยู่ในกระบวนการของศาล ซึ่งจากพยานหลักฐานศาล ท่านอาจยกประโยชน์ให้ทางจำเลยก็เป็นได้ ถือเป็นเรื่องปกติของกระบวนการยุติธรรม ส่วนตัวแล้วไม่หนักใจแต่อย่างใด เพราะทำตามขั้นตอนทุกอย่าง โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 เปิดเผยกรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้อง นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ พ่อค้าขายไก่ทอด ชาวจ.นครพนม จำเลยในคดีร่วมกันชิงทรัพย์ มูลค่ากว่า 15 ล้านบาทว่า เบื้องต้นสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว โดยพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. สั่งการให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว ทางพ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.บางเสาธง ได้ยืนยันข้อเท็จจริงที่ได้เกิดขึ้นแล้ว โดยดำเนินการอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หากผู้ถูกกล่าวหาจะฟ้องร้องอย่างไรก็แล้วแต่ผู้ถูกกล่าวหาจะดำเนินการ

เมื่อถามว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นมาไม่ได้มีการขโมยเกิดขึ้นนั้น พล.ต.ต.ธีระพงษ์ กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาและผู้กล่าวหามีพฤติการณ์ค่อนข้างแปลก เนื่องจากมีการนัดหมายซื้อขายตกลงกัน ดูไม่น่าเชื่อถือทั้งฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ตรวจสอบพบ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถพูดอะไรได้มาก ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่พนักงานสอบสวน สน.บางเสาธง ต่อไป

 

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน