รอจบงาน‘เสี่ยเต้ย’ ครอบครัวถึงเปิดพินัยกรรม 50 ล้าน ญาติประสานธนาคารแล้ว ‘เจ๊อ๋อ’ขอบาย-ไม่ไปร่วมดู แต่จะส่งตัวแทนไปสังเกตการณ์เท่านั้น
จากกรณีการเสียชีวิตของ นายสมภาร สุรัญกุล อายุ 41 ปี หรือเสี่ยเต้ย เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัวและคนใกล้ชิด รวมถึง น.ส.วรรณลี ปัญญาใส อายุ 48 ปี หรือเจ๊อ๋อ 90 ล้าน อดีตภรรยา ก่อนตามมาด้วยประเด็นดราม่าพินัยกรรมของเสี่ยเต้ยและปมมรดก 50 ล้าน ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว เจ๊90ล้าน หอบเงินโปรยทาน เสี่ยเต้ย ทำจริงตามไปทุกที่ ขอรับความจริง
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 25 พ.ย.63 ได้มีการเคลื่อนย้ายศพของ “เสี่ยเต้ย” จากบ้านเลขที่ 111 หมู่ 4 บ้านคำบอน ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ไปที่วัดเทพสถิตนิมิตมงคล หมู่ 4 บ้านคำบอน ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี โดยมีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงของ “เสี่ยเต้ย” มาร่วมงานศพประมาณ 400 คน รวมทั้ง “เจ๊อ๋อ” ที่นำครอบครัวและมาตั้งโรงทานด้วย
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
ต่อมาในเวลา 14.00 น.วันเดียวกันก็มีการสวดพระอภิธรรมศพ จากนั้นก็มีการประวัติของ “เสี่ยเต้ย” ซึ่งในตอนนี้ก็ทำให้ญาติๆ ที่นั่งอยู่หน้าเมรุถึงกับร้องไห้ออกมา จากนั้นก็มีอาจารย์เพลงชื่อ นิตย์ ลายสือและอาจารย์อุ้ย ห้วยจันทา ที่ก่อนเสียชีวิต “เสี่ยเต้ย” ได้ไปขอให้แต่งเพลงให้ เนื่องจาก “เสี่ยเต้ย” รักเสียงเพลง ก็มาร้องเพลงในวันนี้ด้วย
อาจารย์นิตย์ กล่าวว่า เต้ยไปหาตนเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา บอกว่าอยากทำเพลง จนได้มีการพูดคุยกันอยู่เป็นเดือน จนได้รับเป็นอาจารย์ลูกศิษย์กัน ตนก็บอกเต้ยว่าเรียกตนว่าพี่ก็ได้ไม่ต้องเรียกว่าอาจารย์ หลังจากนั้นเขาก็บอกว่าอยากจะเร่งทำเพลง ตนก็บอกว่าให้ผ่านปีใหม่ไปก่อน เพราะตอนนี้งานเยอะ เขาก็เร่งตนจึงได้รีบทำเพลงให้
จนมาก่อนหน้านี้ไปสักสัปดาห์เราก็ได้โทรคุยเรื่องคอนเซ็ปต์เพลงอยากได้เรื่องราวของเพลง ก็หลังจากตนทำเพลงไปให้เสร็จแล้วแต่ว่าก่อนที่วันที่เราจะนัดเจอกัน เต้ยก็บอกว่าเขาปวดขาไม่สบายยังไปหาอาจารย์ไม่ได้ วันนี้ตนก็มีหน้าที่มาสร้างฝันและสืบสานฝันอยากให้ความฝันของเต้ยบรรลุในสิ่งที่ต้องการ ด้วยการมาบรรเลงเพลงให้เต้ยในเพลง “สุดทางปีกฝัน”
หลังจากนั้นก็พิธีฌาปนกิจศพ “เสี่ยเต้ย” โดยมีการเปิดโลงศพให้ญาติพี่น้องได้ดูและขอขมาศพ ขณะที่ “เจ๊อ๋อ” เมื่อมาดูศพ ก็ทนไม่ได้ถึงกับหลั่งน้ำตา พร้อมลูบตามร่างกายของเสี่ยเต้ย พร้อมกล่าวทั้งน้ำตาว่า “โชคดีนะเต้ย เราไม่ได้มีโอกาสพบกันอีกแล้ว ฉันยังรักเธออยู่เหมือนเดิม ไม่ต้องห่วงจะดูแลลูกเป็นอย่างดี ทำไมเธอจึงไม่อยู่ ทำไมเธอต้องไปจากฉัน” โดย “เจ๊อ๋อ” ได้พูดย้ำไปหลายๆ ครั้ง แล้วร่ำไห้ปานจะขาดใจ จนญาติๆ ต้องหิ้วปีกพาออกมานำส่งบ้านทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นพินัยกรรมที่เสี่ยเต้ยเขียนไว้และใส่ในตู้เซฟของธนาคาร จากการสอบถามญาติและครอบครัวของเสี่ยเต้ย หลังจากเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจศพ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลและลอยอังคารแล้ว ญาติและครอบครัวเตรียมเดินทางไปประสานธนาคาร เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เปิดตู้เซฟและดูพินัยกรรมว่าเสี่ยเต้ยได้เขียนสั่งเสียปมมรดกไว้ว่าอย่างไร โดยการไปเปิดพินัยกรรมครั้งนี้ เจ๊อ๋อแจ้งแล้วว่าจะไม่เดินทางไปด้วย แต่จะส่งตัวแทนไปสังเกตการณ์เท่านั้น