กรมอุทยานเอาจริง ยื่นป.ป.ช. ฟันจนท.ร่วมขบวนการงาบป่าสลักพระ 251 ไร่ จ่อฟันอีก 3,000 ไร่

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว หลังร่วมการเสวนาในหัวข้อ”ความท้าทายของกาญจนบุรีในการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ”( การป้องกันการทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินโดยมิชอบ และการป้องกัน การทุจริต เกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ)

ในโครงการ ขับเคลื่อนและบูรณาการติดตามมาตรการป้องกัน การทุจริต ด้านทรัพยากรสาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2564 ณ.โรงแรมไมด้ารีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี ว่า

สถานการณ์ในปัจจุบันปัญหาการทุจริต ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรสาธารณะ ในเขตป่าอนุรักษ์ที่กรมอุทยานรับผิดชอบ ทางเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินมาตรการต่างๆตามนโยบายของ รมว.ทส.อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่าง 1 เรื่อง ที่ได้ไปสัมผัสมา สดๆร้อนๆ และจะเป็นเรื่องใหญ่ ในอนาคต เป็นการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3ก. ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ โดยมิชอบ

เรื่องนี้ ทางหัวหน้าเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้รายงาน มาว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2561 ทางหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า สลักพระและชุดพญาเสือ ได้จับกุมผู้กระทำผิด และตรวจยึดพื้นที่ที่มี น.ส.3ก. จำนวน 4 แปลง รวมเนื้อที่ 251ไร่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี

ต่อมาวันที่9ก.ค.2562 อัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง ผู้ต้องหา14 คน พร้อมทั้งให้คืนของกลาง คือ รถแทรกเตอร์ รถแบคโฮ รถบรรทุก รถสิบล้อ รวม 12 คัน อัยการจังหวัดกาญจนบุรี ได้วินิจฉัยว่า เนื่องจากที่ดินดังกล่าวมี น.ส.3ก. จำนวน 4 แปลง ออกมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และยังไม่มีการเพิกถอน

ประกอบกับมีผู้ใหญ่บ้าน ไปชี้แนวเขตและรับรองแนวเขตที่ดิน ให้กับเจ้าของที่ดินที่เกิดเหตุ ทั้ง 4 แปลง ซึ่งไม่พบว่า แปลงที่เกิดเหตุ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า สลักพระ แต่อย่างใด พยานหลักฐาน จึงไม่พอฟ้อง

ทั้งที่ก่อนไปจับกุม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และชุดพญาเสือ ได้ตรวจสอบมาก่อนแล้วว่า น.ส.3ก. จำนวน 4 แปลง ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีหลักฐาน การออกมาจากใบจอง น.ส.2 ในปี2519 และในปีเดียวกันก็เปลี่ยนมาเป็น น.ส.3 ใบจอง

เป็นหนังสือที่ทางราชการ ออกให้ เพื่อเป็นการแสดงความยินยอมให้ครอบครอง ทำประโยชน์ ในที่ดินเป็นการชั่วคราว แต่ห้ามมิให้ออกใบจองที่เป็นสาธารณะสมบัติของดินใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือเป็นที่สงวนหวงห้ามของทางราชการ หรือสงวนไว้เพื่อใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือเป็นที่เขา ที่ภูเขา และห้ามออกในเขตป่าถาวรตามมติครม.

เพราะเป็นการ ขัดกับระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน พ.ศ. 2498 ข้อ3(1) ที่ดินที่จะจัด ประชาชนอยู่อาศัย หรือประกอบการทำมาหาเลี้ยงชีพต้องไม่ใช่ที่ดินตามสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือเป็นที่สงวนหวงห้าม หรือเป็นที่เขา ที่ภูเขา

ขัดกับกฎกระทรวงฉบับที่ 5 ออกตามประมวลกฎหมาย พ.ศ 2497 ข้อ 8 ( 2) ห้ามออกโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ที่เขาที่ภูเขา ที่สงวนห้ามหรือที่ดินส่วนราชการ เห็นว่าควรสงวนไว้ เพื่อใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ขัดกับระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 2พ.ศ.2515 ข้อ7 (2) และข้อ9(1) การออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ที่ดิน ที่ดินที่ครอบครองนั้น ต้องไม่อยู่ในเขตที่ทางราชการ จำแนกไว้เป็นเขตป่าถาวร

การออกใบจอง น.ส.2 ในปี 2519 ดังกล่าวจึงเป็นการออกใบจองน.ส.2 ภายหลังประกาศ พระราชกฤษฎีกาเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในปี 2508 ต่อมาถูกกันออกบางส่วนตามคำสั่งคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 64 ในปี 2515 และยังถูกกันออกเป็นบางส่วนตามประกาศพระราชกฤษฎีกา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในปี 2520

แต่ในบริเวณที่มีน.ส.3ก.จำนวน 4แปลง จำนวน 250 ไร่ ดังกล่าว ไม่มีการกันออกแต่อย่างใด และยังเป็นการ ออกใบจองภายหลัง ประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวร ตาม มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31ก.ค. 2516

ประกอบกับ มีหลักฐาน ทางภาพถ่ายทางอากาศ ที่ผู้เชี่ยวชาญ และอ่าน และแปลภาพถ่าย ในบริเวณดังกล่าว ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2496 ในบริเวณ ดังกล่าว เป็นป่าเบญจพรรณ ทั้งแปลง ปี 2512 เป็นป่าเบญจพรรณทั้งแปลง

ปี 2516 บางส่วนมีร่องรอยการทำประโยชน์ ปี 2558 เป็นป่าเบญจพรรณทั้งแปลงจากการอ่านและแปลภาพถ่าย ทางอากาศย้อนหลัง จากผู้เชี่ยวชาญ จึงแสดงได้ว่า ใน บริเวณดังกล่าว มิได้มีบุคคลใด ครอบครอง หรือทำประโยชน์ มาก่อน 1 ธันวาคม 2497 ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ

การออกใบจอง น.ส.2 ในปี 2519 ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นน.ส.3 ในปีเดียวกัน จึงเป็นการออกใบจองน.ส. 2โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และการเปลี่ยน จากน.ส.3 มาเป็นน.ส.3ก.ในปี 2556 ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ต้องมีการตั้งคณะกรรมการหลายฝ่าย ร่วมกันตรวจสอบและรับรองแนวเขต ตามกฎกระทรวงฉบับที่43พ.ศ. 2537 ที่ออกตามประมวลกฎหมายที่ดิน ข้อ13

มี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้แต่งตั้ง แต่ในการเปลี่ยน จาก น.ส.3 มาเป็นน.ส.3ก ดังกล่าวไม่มีการตั้งคณะกรรมการตาม กฎกระทรวงฉบับที่ 43 พ.ศ.2537 มาร่วมตรวจสอบ รังวัดระวังชี้แนวเขตแต่อย่างใด

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

มีแต่นายอำเภอ มอบให้ผู้ใหญ่บ้าน ในท้องที่ คนหนึ่ง ตอนนี้ได้เป็นกำนันแล้ว มารับรองแนวเขตแทนเพียงคนเดียว ตนไม่โทษ ผู้ใหญ่บ้านคนนั้นเลย ได้ไปตรวจสอบ พยานหลักฐาน โดยละเอียด

พบว่า มีอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในปี2528 ได้ไปลงลายมือชื่อรับรอง แนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ห่างจากแนวเขตที่จริงเกือบ1กิโลเมตร

ที่ประกาศในพระราชกฤษฎีกา กำหนดแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในปี2508 ทำให้บุคคลโดยทั่วไปเข้าใจว่าที่ดิน ในบริเวณดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จึงทำให้ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว สำคัญผิดในข้อเท็จจริง ไปรับรองชี้ระวังแนวเขต ว่าไม่ได้อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

แต่ที่ตนสงสัยอย่างมากคือ ถึงแม้ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระคนเก่า ปี 2528 ไปรับรองแนวเขต ในบริเวณดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ แต่ในบริเวณดังกล่าวก็ยังอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ที่ประกาศตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2516 ก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 อยู่ดี

ตอนนี้ กรมอุทยาน แห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็ได้ทำหนังสือ ไปถึงที่กรมที่ดินแล้ว ขอให้เพิกถอน นส.3กทั้ง 4 ฉบับ ตามมาตรา61ประมวลกฎหมายที่ดินแล้ว

นอกจากนี้วันนี้ก็ได้ทำหนังสือถึง ท่านเลขาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ลงวันที่ 3 ธ.ค. 2563 ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการทุจริต และละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ในเรื่องดังกล่าว ต่อท่านหิรัณย์ เหยี่ยวประยูร ผอ.สำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติ ป.ป.ช. ไว้ณ.เวทีเสวนานี้เลย

ตนยังได้รับแจ้ง จากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ว่า ยังมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และโฉนดที่ดิน ประมาณ 3,000 กว่าไร่ ที่ออกอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งทางผอ.สบอ.3 (บ้านโป่ง) และหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จะดำเนินการตรวจสอบให้หมดทุกแปลง และตอนนี้กำลังตรวจสอบ น.ส.3 ก. 1แปลง เนื้อที่ 99 ไร่
เป็นการออกเฉพาะราย ตามมาตรา 59 ทวิ ประมวลกฏหมายที่ดิน ได้น.ส.3 ในปี2519 ตามประกาศคำสั่งของคณะปฎิวัติ ฉบับที่96 ลงวันที่ 29 ก.พ. 2519 อ้างว่า ได้ครอบครองและทำประโยชน์ ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ 1 ธ.ค. 2497

ตอนนี้กำลังตรวจสอบและขอแผนที่ระวางน.ส.3ก.ดังกล่าวจากที่ดินจังหวัดกาญจนบุรีอยู่ ถ้าได้มาแล้ว จะดำเนินการ ตามระเบียบและกฎหมายต่อไป

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน