กระบะคอกสุดห้าว ไม่พอใจรถคันข้างๆ ชักปืนออกมาขู่ เพิ่งรู้เป็นตำรวจ โดนจับถึงบ้าน ฉี่ม่วงด้วย สารวัตรเปิดใจ ปืนผมก็มี แต่เลือกที่จะไม่ตอบโต้
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Thitiwat.police” โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอพร้อมบอกเล่าเรื่องราวขณะที่ขับรถยนต์ตามหลังรถกระบะที่ติดตั้งโครงเหล็กเพื่อใช้ในการขนส่งผลผลิตการเกษตรบนถนนมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ ในเขตอำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่ แต่คนขับกระบะกลับชักปืนออกมานอกตัวรถเพื่อข่มขู่ ก่อนที่ผู้โพสต์ซึ่งเป็นตำรวจจะประสานตำรวจตามไปจับตัวถึงบ้าน
- อ่านข่าว แม่ลูกป้อนข้าว ขอเบิกเงินก้อนแรก หลังได้ 5 ล้าน จนท.ช่วยจัดการเงิน
- อ่านข่าว แชร์สนั่น สาวบุกโชว์ทะเบียนสมรส กลางงานแต่งผัว ลั่นไม่เชิญก็จะไป!
- อ่านข่าว เจอตัว น้องใหญ่ หนุ่ม ม.5 หายตัวปริศนาแล้ว แม่โล่งใจหลังตามหาวุ่น
ล่าสุดวันที่ 18 ก.พ.64 ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ซึ่งเป็นตำรวจทราบชื่อคือ พ.ต.ท.ธิติวัฒน์ ชาญชัยจิรโรจน์ สว.สส.ภ.จว.ลำพูน และได้รับการเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 3 วันก่อน ระหว่างที่ตนเดินทางกลับจากไปทำธุระที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง และได้จอดรถติดไฟแดงคู่กับรถกระบะคันดังกล่าว
พอได้สัญญาณไฟเขียว ตนก็ได้ขับรถออกตัวนำรถกระบะ แต่ปรากฏว่าทำให้ทางฝ่ายคนขับรถกระบะไม่พอใจ เร่งเครื่องขับแซงพร้อมกับปาดหน้า แล้วยื่นมือที่ถือปืนไว้ออกมานอกรถ ลักษณะเหมือนเป็นการข่มขู่ท้าทาย ซึ่งที่จริงแล้วตนก็มีอาวุธปืนอยู่ในรถเช่นกัน แต่ไม่ได้คิดจะตอบโต้หรือเผชิญหน้าใดๆ พร้อมทั้งเลือกที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพไว้แทน และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.สันมหาพน อ.แม่แตง ทราบชื่อคือ นายศักดิ์ณรงค์ ห้วยหงษ์ทอง อายุ 29 ปี พร้อมตรวจสอบพบปืนที่ใช้ในวันก่อเหตุ ซึ่งปรากฏว่าเป็นปืนปลอม อ้างว่าก่อเหตุไปด้วยความคึกคะนอง แต่เนื่องจากมีท่าทางพิรุธและตรวจสอบประวัติพบเคยถูกจับกุมดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.แม่แตง เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจปัสสาวะ ซึ่งผลพบว่าเป็นสีม่วงจากการเสพยาเสพติด จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเรื่องราวที่ตนนำไปโพสต์นั้น เนื่องจากเห็นว่าพฤติกรรมของคนขับรถกระบะถือว่าไม่เหมาะสมและอาจจะนำไปสู่ความรุนแรงได้ เพราะในเหตุการณ์วันนี้หากเป็นคนอื่นที่มีปืนเหมือนกันแต่ไม่ใช่ตนอาจจะเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ จึงหวังให้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติคนขับขี่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันว่าต้องมีสติและไม่ใช้อารมณ์