เชียงใหม่กระอัก ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน อันดับ 1 ของโลก

8 มี.ค. 2564 - 13:05 น.

เว็บไซต์ดัง iqair.com เผยค่าฝุ่นในจ.เชียงใหม่ PM2.5 พุ่งถึง 162.8 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก เหตุจากกระแสลม และไฟป่า

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝุ่นควันไฟป่าของภาคเหนือยังรุนแรงต่อเนื่อง ส่งผลให้สภาพตัวเมืองเชียงใหม่คงมีฝุ่นควันหนาทึบปกคลุมทั่วทั้งเมือง ซึ่อข้อมูลคุณภาพอากาศเว็บไซต์ https://www.iqair.com รายงานผลการตรวจคุณภาพอากาศเมื่อเวลา 10.00 น. พบว่าจ.เชียงใหม่มีค่ามลพิษอากาศสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก

โดยมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 213 USAQI และเฉพาะค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 162.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนอันดับ 2 คือเมืองเสินหยาง ประเทศจีน ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ 193 USAQI และอันดับ 3 เมิงเดลี ประเทศอินเดีย 192 USAQI

ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้เชียงใหม่มีฝุ่นควันสะสมมากเนื่องจาก กระแสลมได้พัดพากลุ่มควันจากทางด้านทิศตะวันตก เข้ามาสะสมในพื้นที่จ.เชียงใหม่ และมีกระแสลมพัดเข้ามาเสริมในพื้นที่ตะวันออกด้วย ขณะที่รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ จากสถานีตรวจวัดในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ พบว่าค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สถานีต.ช้างเผือกอยู่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และสถานีต.สุเทพอยู่ที่ 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกิดค่ามาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ด้านศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จ.เชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับตัวแทนจากอำเภอต่าง ๆ ที่มีจุดความร้อน ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดเช้าวันนี้ พบว่ามีอยู่จำนวน 135 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 83 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 51 จุด และในเขต สปก. 1 จุด

นายรัฐพล กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับผู้นำชุมชนลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุของจุดความร้อนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่นอกเขตที่อนุญาตให้บริหารจัดการเชื้อเพลิง และเรียกตัวบุคคลต้องสงสัยมาสอบถาม ซึ่งทุกพื้นที่ต้องได้คำตอบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาให้ได้โดยเร็ว

พร้อมทั้งให้เร่งประชาสัมพันธ์เรื่องการงดเผาให้มากขึ้นกว่าเดิม ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังมีการประกาศงดเผาเด็ดขาดในวันที่ 15 – 22 มี.ค. 64 นี้ เพื่อให้คุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ดีขึ้น

ขณะเดียวกันที่กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือแผนปฏิบัติงานป้องกันแก้ปัญหาไฟป่า หลังพบว่าปัญหาคุณภาพอากาศในภาคเหนือมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นและมีผลกระทบกับประชาชน

เบื้องต้นในส่วนของกองทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการจัดกำลังชุดลาดตระเวนเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ 6 ชุดปฏิบัติการในจังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มเติมกำลังทหารและทหารพรานอีก 7 ชุดปฏิบัติการ จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 และกรมทหารพรานที่ 32, 33, 35 ลงพื้นที่จ.ลำปางและจ.แม่ฮ่องสอน ที่มีจุดความร้อนพุ่งสูงก่อน

นอกจากนี้ได้มีการระดมยุทโธปกรณ์ทางทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำอากาศยานต่าง ๆ มาร่วมบูรณาการดับไฟป่า ทั้งเฮลิคอปเตอร์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

เครื่องบิน U-17 ของกองทัพบก และล่าสุดได้รับการเสริมกำลังจากกองทัพอากาศ ส่ง UAV หรืออากาศยานไร้คนขับมาร่วมปฏิบัติการ ช่วยในการสำรวจ ชี้เป้า จุดที่เกิดไฟป่า และการเผา เพื่อส่งข้อมูลพิกัดให้กับทางภาคพื้นดิน ให้การเข้าดับไฟป่าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เชียงใหม่กระอัก ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน อันดับ 1 ของโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง