พ่อพลั้งมือ ยิงลูกชายดับ หลังพยายามจะเข้ามาทำร้าย ยืนรอมอบตัว ลูกสะใภ้ยังเห็นใจ อยากหาทางช่วยพ่อสามี เผยถูกทำร้ายประจำ ต้องแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียว
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
วันที่ 15 มี.ค.64 พ.ต.ท.เหรียญ บัวลา สารวัตร (สอบสวน) สภ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้นำตัว นายเฉิด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี หลังก่อเหตุใช้ปืนยิง นายราเมศ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นลูกชายเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ (14 มี.ค.) มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 2 บ้านหนองรัง ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา
- อ่านข่าว หวยอลเวง โผล่อีก! ชายอ้างซื้อลอตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 1 แต่พ่อค้าไม่ส่งให้
- อ่านข่าว ม่อนแจ่ม ส่อวุ่น ชาวบ้านฮือล้อมเจ้าหน้าที่ หลังบุกเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
- อ่านข่าว สาวแม่ลูก2 เครียดผัวตกงาน หวดลูกสาว5ขวบน่วม ก่อนอุ้มลูก6เดือนหนี
โดย นายเฉิด ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุตนอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ถัดไปทางด้านหลังของบ้านลูกชาย กระทั่งช่วงเที่ยงของวันที่ 14 มี.ค. ตนได้ยินเสียงหลานร้องจึงจะเดินไปหา และจะชวนมากินข้าว แต่พอไปถึงพบลูกชายเมา จึงถามว่าลูกอีกคนหนึ่งไปไหน ลูกชายจึงตอบว่าไปตัดต้นมันสำปะหลังกับภรรยา ตนจึงถามอีกว่าทำไมไม่ไปช่วยเขาทำงาน มานั่งกินเหล้าทำไม จึงถูกลูกชายสวนกลับมาว่า มันเกี่ยวอะไรกับพ่อ และทำท่าเหมือนจะมาทำร้าย
ตนจึงถอยออกมาตั้งหลัก แล้วเดินกลับออกมาข้างนอก ระหว่างนั้นลูกชายพยายามเอามีดมาฟันตามประตูหน้าต่างเพื่อให้เกิดเสียงดังเป็นการขู่ ทำให้หลานส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ ตนจึงเข้าไปดู แต่แต่ถูกลูกชายเอามีดพยายามจะไล่ฟัน ตนจึงหนีออกมาที่บ้าน ด้วยความกลัวจึงหยิบปืนแก๊ปออกมาเพื่อที่จะป้องกันตัว จากนั้นลูกชายก็เดินมาแล้วเถียงกันสักพักหนึ่ง และตนสังเกตเห็นว่าลูกชายเหน็บปืนปลอมไว้ที่เอว ซึ่งคิดว่าเป็นปืนจริง จึงเผลอลั่นไกไป 1 นัด และไม่คิดว่าถูกลูกชาย ทำให้ลูกชายวิ่งกลับบ้านแล้วล้มลงกับพื้น พอตนเดินเข้าไปดูก็เห็นเลือดไหลออกมาจากใต้รักแร้ จึงรู้ว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว ก่อนยืนรอมอบตัวกับตำรวจ
ขณะที่ นางปราณี อายุ 40 ปี ภรรยาของผู้ตาย บอกว่า ตนรู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะที่บ้านมีกันแค่ 5 คน คือ พ่อสามี สามี ตน และลูก 2 คน พ่อสามีรักสามีตนมาก และรักหลานมาก ทุกๆ วัน พ่อสามีจะคอยช่วยเหลือตลอด และนำเงินมาให้ครอบครัวตนเสมอ ซึ่งเวลาที่สามีตนเมาพ่อก็จะโดนด่าทำร้ายตลอด จนบางครั้งพ่อสามีเคยหนีออกจากบ้าน แต่ด้วยความที่รักหลานจึงกลับมาอีก ทุกครั้งที่โดนลูกทำร้ายจะแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียว พ่อสามีมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวานอยู่แล้ว ทำให้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง จะมีอาการปวดหัวอยู่เสมอ ตนอยากให้มีหน่วยงานที่มาช่วยทำคดีให้ อยากให้พ่อสามีพ้นคดีออกมา เพราะว่าตอนนี้ไม่เหลือใครเลย นอกจากตนกับลูกอีก 2 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยบรรดาเพื่อนบ้านและคนรู้จักกับ นายเฉิด พากันร้องให้ระงมไปทั่วบริเวณ เพราะว่าทุกคนรู้ว่า คนเป็นพ่อเป็นคนดี รักลูกและหลานมาก คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจ แต่พอเกิดเหตุมาแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไงเช่นกัน