เมื่อวันที่ 3 พ.ย. นายปรีชา ส่งเสริม หัวหน้าผู้ประสานงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ บุกเข้าทำการตรวจปัสสาวะพระสงฆ์ จำนวน 5 รูป และสามเณร อีก จำนวน 3 รูป ซึ่งเป็นพระ-เณร ลูกวัดโนนม่วง หมู่ที่ 3 ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

ซึ่งปรากฏว่าพบมีสารเสพติดในปัสสาวะ ทั้ง 8 รูป โดย 2 ใน 8 รูป คือ พระธาดา หรือพระต้น วงค์แหล้ อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจค้นพบยาบ้าซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าอังสะที่พระธาดา สวมใส่ จำนวน 16 เม็ด และ พระไพบูลย์ หรือพระอุ๋ย เสตรา อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจค้นพบยาบ้าภายในกระเป๋าผ้าอังสะที่พระไพบูลย์สวมใส่อยู่เช่นเดียวกัน จำนวน 5 เม็ด

พระไพบูลย์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนสั่งซื้อยาบ้ามาจากวัยรุ่นซึ่งเป็นเอเย่นต์ขายยาบ้าในเขตพื้นที่ อ.ขุนหาญ เป็นคนนำยาบ้ามาส่งให้ครั้งละ 50 เม็ด ในราคาเม็ดละ 100 บาท จากนั้นก็จะขายให้กับพระเณรภายในวัด รวมถึงบรรดาวัยรุ่นในละแวกใกล้เคียง ในราคาเม็ดละ 140 บาท ซึ่งตนทำมานานแล้ว

ทั้งนี้ การเข้าทำการตรวจปัสสาวะ พระและเณรลูกวัดดังกล่าว เนื่องจากว่ามีบรรดาชาวบ้านที่ศรัทธาในพุทธศาสนาที่อยู่ในพื้นที่ละแวกวัด ทนเห็นพฤติการณ์ของพระและเณร กลุ่มนี้ไม่ได้ที่มักจะรวมตัวจับกลุ่มกันมั่วสุมเสพและใช้สถานที่ภายในวัดขายยาบ้าเป็นประจำ จนชินตา ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านเคยตักเตือนหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ยอมเลิกพฤติการณ์ดังกล่าว จึงโทรแจ้งสายตรงขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ ตำรวจมาดำเนินการกวดล้าง โดยเฉพาะยาบ้าให้หมดไปจากชุมชน จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัว พระและสามเณร ทั้ง 8 รูป มาสึกกับเจ้าคณะตำบลหนองหญ้าลาดในทันที

จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขยายผลการจับกุม โดยให้ นายไพบูลย์ หรือทิดไพบูลย์ ติดต่อสั่งซื้อยาบ้าจากเอเยนต์ขายยาบ้ารายดังกล่าว โดยนัดหมายซื้อขายกันที่ถนนท้ายหมู่บ้าน บ้านพรานตะวันตก หมู่ 15 ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมแฝงตัว ใช้จีวรพระห่มตัว เพื่อให้เหมือนพระ เข้าไปยังจุดนัดหมาย ซึ่งปรากฏว่าเอเย่นต์ขายยาบ้ารายดังกล่าวหลงกลเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขับขี่รถจักรยานยนต์นำยาบ้ามาส่งให้จริง แต่ขณะที่จะส่งมอบยาบ้าเกิดไหวตัวทัน ทิ้งรถจักรยานยนต์วิ่งหลบหนี และโยนยาบ้าทิ้ง

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถไล่จับกุมได้ ทราบชื่อคือนายรณยุทธ หรือเขียว พระครอง อายุ 25 ปี นำตัวไปตรวจสอบจุดที่นายรณยุทธทิ้งของกลาง พบยาบ้า 1 จำนวน 197 เม็ด ใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีฟ้า และรองด้วยถุงพลาสติกใสพร้อมพันทับด้วยเทปพันสายไฟสีดำอย่างดี

นายรณยุทธ ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าจำนวนดังกล่าวเป็นของตนจริง ซึ่งจะนำมาขายให้กับพระที่สั่งซื้อไว้ จนกระทั่งมาเสียเหลี่ยมเจ้าหน้าที่ถูกจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายรณยุทธ ในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ส่วนนายธาดา หรือทิดธาดา ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เสพ และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครองครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และนายไพบูลย์ หรือทิดไพบูลย์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เสพและมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ขณะที่พระและสามเณรอีก 6 รูปที่เหลือ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำตัวเข้าโครงการรับการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดผู้เสพยาเสพติด เพื่อให้โอกาสกลับตัวกลับใจคืนเป็นคนดีสู่สั่งคมต่อไป

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน