เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รุดช่วย ครอบครัวลูกทาสยา ทำกับแม่บังเกิดเกล้า ชาวบ้านแฉ ชอบเดินช่วยตัวเองรอบหมูบ้าน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

จากกรณีชาวบ้าน แสลงโทน หมู่ 1 ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ร้องผ่านสื่ออยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากลูกชาย ที่เสพยาจนหลอนแล้วก่อเหตุทำร้ายจิตใจแม่ตัวเองขณะเมาสุราเป็นประจำ จนชาวบ้านเอือมระอา ทั้งยังอันธพาลกับเพื่อนบ้านจนไม่มีใครเข้าใกล้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 19 มี.ค.2564 นายบุญเต็ม กัลยาพานิช นอภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยนางสุภาพร กัลยาพานิช นายกกิ่งกาชาด อ.ประโคนชัย นางนัฏญา จิตรเกาะ พมจ.บุรีรัมย์ นายประหยัด ต๊ะสุยะ ผอ.ศูนย์การจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบุรีรัมย์ พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร ผกก.สภ.ประโคนชัย ตัวแทนจาก รพ.ประโคนชัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี บิดาอายุ 67 ปี ถูกลูกทำร้ายร่างกาย และมารดาอายุ 51 ปี ถูกนายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ลูกชายแท้ๆ ติดยาเสพติดจนมีอาการป่วยทางจิตบังคับและกระทำชำเราหลายครั้ง และยังมีพฤติกรรมชอบเดินช่วยตัวเองไปทั่วหมู่บ้าน จนสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนในหมู่บ้าน

นายบุญเต็ม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง สาเหตุเนื่องจากลูกชายติดยาเสพติดจนมีอาการป่วยทาง แล้วเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าว และก่อเหตุกับบิดามารดาตัวเอง ประกอบกับมารดาก็มีอาการติดสุรา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ทราบว่าเกิดขึ้นมาประมาณ 2 ปีแล้ว

จากการหารือร่วมกันหลายหน่วยงาน เบื้องต้นก็จะส่งตัวนายเอ็ม เข้ารับการบำบัดรักษาอาการป่วยทางจิตอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้รักษาหรือกินยาต่อเนื่อง ทั้งนี้ก็จะดูแลเยียวยาเรื่องสภาพจิตใจของบิดามารดาและลูกสาว ที่ต้องเจอเหตุการณ์อันเลวร้ายควบคู่ไปด้วย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก

นอกจากนั้นยังจะดูแลเรื่องสภาพความเป็นอยู่ด้วย เนื่องจากครอบครัวนี้มีฐานะยากจน ปัจจุบันมีเพียงเงินจากเบี้ยคนชรา เบี้ยผู้พิการ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของตาคนเดียว ทั้งนี้ก็จะให้ยาบำบัดอาการติดสุราและหางานให้ทำ เพื่อให้รายได้เลี้ยงครอบครัว ส่วนเรื่องคดีก็จะได้หารือกับทางตำรวจอีกครั้ง แต่อาจจะให้บิดามารดาซึ่งเป็นผู้เสียหายไปแจ้งความไว้ก่อน

เพื่อที่ทางตำรวจจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เชื่อว่าหากนำตัวลูกชายไปบำบัดรักษาแล้วอาการดีขึ้นสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ก็อาจจะให้กลับมาอยู่ดูแลครอบครัว ซึ่งก็ต้องประเมินตามสภาพความเป็นจริง

น.ส.เอ (นามสมมติ) พี่สาวนายเอ็ม กล่าวว่า หลังจากหลายหน่วยงาน เข้ามาช่วยเหลือก็รู้สึกดีใจเพราะที่ผ่านมา ครอบครัวอยู่อย่างทนทุกข์ ลำพังตนทำอะไรไม่ได้ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่รับปากจะช่วยเหลือ ทั้งการนำตัวน้องชายไปบำบัดรักษาให้หาย ดูแลสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ของครอบครัว แต่สิ่งที่ยังกังวลคือกลัวว่าเมื่อรักษาที่รพ.อาการดีขึ้นแล้ว พอส่งตัวกลับมาบ้านเจอสภาพแวดล้อมเดิมๆ หรือกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก ก็จะกลับมาก่อเหตุเหมือนเดิมอีก

รุดช่วยครอบครัวลูกทาสยา

นางน้อย (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายเอ็ม ก็เป็นเด็กวัยรุ่นปกติเหมือนคนอื่นๆ นิสัยดีไม่ค่อยพูด แต่เมื่อ 2- 3 ปีก่อน หลังจากไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแล้วมีอาการทางจิต ก็เริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าวลักเล็กขโมยน้อย จนหนักขึ้นเรื่อยๆจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

นางน้อย เผยต่อว่า นายเอ็มยังชอบเดินสำเร็จความใคร่ไปทั่ว ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว เกรงว่านายเอ็ม จะไปก่อเหตุกับเด็ก หรือชาวบ้านคนอื่น ตนรู้สึกโล่งใจที่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือนำตัวไปบำบัดรักษา ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่แบบหวาดระแวง และหากรักษาหายแล้วสามารถกลับมาชีวิตได้เป็นปกติ ชาวบ้านก็พร้อมยอมรับและให้โอกาส จะได้กลับมาดูแลพ่อแม่ของตัวเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน