‘กรมทะเล’ เผยผลชันสูตร ‘พะยูนวัยรุ่นเกยตื้น’ ตายเพราะโดนพิษจากเงี่ยงปลากระเบน จ่อเสนอแต่งตั้งคกก.ขับเคลื่อนฯ แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ 5 เม.ย. นี้
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (ศวอล.) ว่าพบซากพะยูนเกยตื้น บริเวณแหลมปันหยัง เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
ภายหลังศูนย์วิจัยฯ ได้ชันสูตรซากหาสาเหตุการเสียชีวิต พบว่า เป็นพะยูนเพศผู้ อยู่ในช่วงวัยรุ่น ความยาว 2.28 ม. สภาพซากเน่า ชีวิตไม่ต่ำกว่า 3 วัน มีรอยเขี้ยวจากพะยูนซึ่งเกิดจากพฤติกรรมภายในฝูง และพบบาดแผลคล้ายถูกของมีคมบาด บริเวณข้างลำตัวเหนือโคนครีบด้านขวา ขนาดแผลยาว 4.5 ซม. ลึก 1 ซม. ส่วนของทางเดินอาหารพบลำไส้ทะลักออกมาภายนอกช่องท้องบางส่วน ใต้ลำตัวส่วนท้าย โคนหางและครีบหางพบรอยคล้ายถูกฉลามกัด 7 รอย ซึ่งคาดว่าเกิดภายหลังการตายแล้ว

รอยฉลามกัด
เมื่อเปิดผ่าดูอวัยวะภายในพบว่าอวัยวะภายในส่วนใหญ่เน่าสลายไม่สามารถระบุรอยโรคได้ชัดเจน ส่วนทางเดินอาหารพบหญ้าทะเลเต็มกระเพาะอาหาร ส่วนใหญ่เป็นหญ้าใบมะกรูด พบพยาธิภายในกระเพาะอาหารจำนวนมาก
ส่วนของกระพุ้งลำไส้ ซึ่งอยู่บริเวณส่วนต้นของลำไส้ใหญ่ พบเงี่ยงปลากระเบนความยาว 14 ซม. แทงทะลุช่องท้องของพะยูนเข้าไปจนถึงเนื้อเยื่อของกระพุ้งลำไส้ สรุปสาเหตุการเสียชีวิตคาดว่าเกิดจากการถูกเงี่ยงกระเบนแทง ทำให้สัตว์เจ็บปวดอย่างรุนแรงจากพิษของเงี่ยงกระเบน ร่วมกับภาวะการอักเสบติดเชื้อฉับพลันภายในช่องท้อง เนื่องจากพบคราบหนองปกคลุมบริเวณลำไส้ จนกระทั่งพะยูนเสียชีวิตในที่สุด

นายโสภณ ระบุว่า ปัจจุบันพะยูนอยู่ในสถานการณ์ใกล้สูญพันธุ์ และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จากการสำรวจประชากรของพะยูนทางอากาศ ตลอดจนพฤติกรรมต่างๆ ของพะยูน รวมถึงนิเวศวิทยาของหญ้าทะเล และออกพระราชบัญญัติอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเล ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านและแหล่งอาหารของพะยูนเพื่อเป็นแนวทางการจัดการและอนุรักษ์พะยูนอย่างยั่งยืน
โดยปัจจุบัน ทช. ได้เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในวันที่ 5 เม.ย. 64 ทช.จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ เพื่อพิจารณาและแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติอีกครั้ง
อธิบดีทช. ระบุอีกว่า สำหรับการใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเดียวย่อมไม่เกิดผลสำเร็จในการอนุรักษ์พะยูน สิ่งสำคัญที่ควรทำควบคู่กันไปกับกฎหมายคือ การสร้างการเรียนรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชน เกี่ยวกับเรื่องพะยูนและหญ้าทะเล โดยเน้นที่ชุมชนชายฝั่งที่มีวิถีชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับพะยูนมากที่สุด ชุมชนใดมีความเข้มแข็งพอ พะยูนและหญ้าทะเลก็อยู่ได้

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)
สุดท้ายนี้ สิ่งแรกที่เจ้าหน้าที่ทุกท่านต้องปฏิบัติหลังพบเจอเหตุการณ์เกยตื้นของสัตว์ทะเลหายากนั่นก็คือ การจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปรับ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อ และที่อยู่ของผู้ที่พบเจอเบาะแส พร้อมทั้งให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก แก่อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ในการเข้าช่วยเหลือเบื้องต้นทั้งในกรณีที่มีชีวิต หรือตาย ควรมีการประเมินสภาพของสัตว์ทะเลหายาก เพื่อจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ได้ตรงกับการใช้งาน เช่น สัตว์ทะเลหายากมีชีวิต หรือตาย ขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็ก บาดเจ็บมากน้อยอย่างไร
ส่วนสาเหตุที่ทำให้สัตว์ทะเลมาเกยตื้นนั้นก็มีหลายปัจจัย ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติ โรคภัย หรือน้ำมือของมนุษย์ บางแห่งมีการเข้ามาเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายากติดต่อกันหลายครั้ง หรือการมาเกยตื้นที่กินเนื้อที่ความยาวของชายหาดหลายกิโลเมตร นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะชี้ชัดว่าปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สัตว์ทะเลหายากเหล่านี้เข้ามาเกยตื้น
“ผมขอฝากให้พี่น้องประชาชน ช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หากพบเจอสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น ให้รีบแจ้งเบาะแสมายังกรมฯ หรือหน่วยงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าทำการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้ได้ทันท่วงที”