กรณีรถตู้รับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น พร้อมไกด์สาวไทย พุ่งชนท้ายรถ 10 ล้อ บนถนนสาย 347 (ปทุมธานี-บางปะหัน) ช่วง ต.ตลาดเกรียบ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ดับสยอง 5 ศพ คนขับ เผย 10 ล้อชะลอรถจะเลี้ยวจู่ๆเห็นไฟหน้ารถกระเด็นหลุด ลงมาดูเห็นรถตู้พุ่งชนท้ายก่อนมีไฟลุก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว รถตู้”ทัวร์ญี่ปุ่น”ตายหมู่ ชนยับ5ศพ สังเวย-สายบางปะอิน ไฟลุก 4นักท่องเที่ยว-ไกด์คาที่ (คลิป)
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 9 พ.ย. พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัณยานนท์ รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผกก.สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบนถนนสายปทุมธานี-บางปะหัน ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 28 ม.8 ต.ตลาดเกรียบ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุดูร่องรอยการชน รอยเบรก และสภาพผิวจราจร
ส่วนที่สภ.บางปะอิน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบที่รถยนต์ตู้ และรถบรรทุกคันเกิดเหตุ จำลองเหตุการณ์ถึงลักษณะการชน ร่องรอยการชน พบท้ายรถด้านขวาของรถบรรทุกถูกชนด้วยความแรงจนงอ ยางหลังด้านขวาแตก ส่วนด้านหน้าของรถตู้ชนจนยุบ
พ.ต.อ.สง่า กล่าวว่า ในขณะนี้เรายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งคนขับรถตู้และรถบรรทุก 10 ล้อ สอบสวนได้เพียงคนขับรถ 10 ล้อเท้านั้น ส่วนคนขับรถตู้ยังไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุใครเป็นผู้กระทำผิด จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาประกอบด้วย ส่วนพยานแวดล้อมยังไม่มีใครที่เห็นเหตุการณ์ จึงขอฝากไปยังประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ หรือมีกล้องหน้ารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ ขอให้มาให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวน ส่วนคนขับรถตู้ได้เจาะเลือด เพื่อตรวจหาแอลกอฮอล์ และสารเสพติด ต้องรอผลตรวจยืนยัน ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุและมีสื่อมวลชนของประเทศญี่ปุ่นมาติดตามการทำข่าวอย่างใกล้ชิด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุพบ ให้ข้อมูลว่าจากการตรวจสอบระบบจีพีเอสที่ติดตั้งในรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุ ขับรถมาด้วยความเร็วที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สำหรับจุดเกิดเหตุเป็นทางแยกเข้าหมู่บ้านมีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกตลอดเวลา รถบรรทุกที่จะเลี้ยวเข้าบางจังหวะหากมีรถบรรทุก 10 ล้อจะเลี้ยวต้องชะลอ จึงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ที่เมื่อรถบรรทุก 10 ล้อชะลอจอดแบบกะทันหันทำให้รถยนต์ตู้ขับมาชนท้าย
ด้าน นายภัทรวรรธน์ กรุณา เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ ที่เข้ามาช่วยเหลือในจุดเกิดเหตุ กล่าวว่า มีกลุ่มควันขึ้นที่บริเวณห้องเครื่องจึงนำถังดับเพลิงฉีดเพื่อควบคุมเพลิง แล้วรถดับเพลิงมาช่วยฉีดน้ำ ระหว่างนั้นเห็นว่าผู้เสียชีวิตที่นั่งอยู่ด้านหลังคนขับคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคน แต่มี 1 รายที่กระเด็นออกมา ก่อนจะใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือออกมาจากซากรถ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับทัวร์ชาวญี่ปุ่นก่อนเกิดเหตุได้ท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างเดินทางมาที่จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อชมอุทยานประวัติศาสตร์ นั่งช้าง รับประทานอาหาร เมนู ต้มยำกุ้งจากนั้น จะชมไฟส่องสว่างโบราณสถานและจะเดินทางกลับโรงแรมที่พักในกรุงเทพมหานครมาเกิดอุบัติเหตุก่อน


