เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 (บก.สส.ภ.6) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผบก.สส.ภ.6 พร้อมด้วยพ.ต.อ.ปิติ นฤขัตรพิชัย รองผบก.สส.ภ.6 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 6 ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง คือ นายจีรวัฒน์ สิงโต อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 ม.6 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และน.ส.คนึงนิจ นพคุณ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.1 ต.ท้อแท้ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ซึ่งทั้งคู่เป็นแฟนกัน พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 530,149 เม็ด รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บท365 พิษณุโลก 1 คัน
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.สส.ภ.6 นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมตัว นายนัทธวุธ สระทองอยู่ หรือกิ๊ก วัดโบสถ์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/106 ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตรวจค้นพบยาบ้า 435 เม็ด ไอซ์ 25 กรัม ปืนขนาด 9 มม. และกระสุนปืน 25 นัด ที่บริเวณโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ริมถ.พิษณุโลก-นครสวรรค์ (สายเลี่ยงเมือง) พื้นที่ม.5 บ้านก่อ ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก สอบสวนนายนัทธวุธ รับสารภาพว่าเป็นเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง จึงขยายผลการจับกุม
จากการสอบสวนขยายผล เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ร่วมกันล่อซื้อยาบ้าจากเครือข่ายรายสำคัญของภาคเหนือตอนล่าง จนสามารถจับกุมตัวนายจีรวัฒน์ ซึ่งเคยถูกจับคดียาบ้า 100 เม็ด ติดคุก 5 ปี 9 เดือน พร้อมกับน.ส.คนึงนิจ ภรรยา ได้ที่บ้านพักขณะกำลังนั่งทำบัญชีส่งยาให้ลูกค้ากว่า 50 ราย ตรวจค้นพบยาบ้า 530,149 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนภายในยุ้งข้าวข้างบ้านปะปนกับเมล็ดพืช เพื่อปิดบังการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ทำการล่อซื้อยาบ้าจากนายนัทธวุธพร้อมยาบ้า ได้สารภาพรับยาบ้ามาจากเครือข่ายรายใหญ่ภาคเหนือตอนล่าง โดยมีนายชำนาญ ฟักทองอ่อน และนายอำนาจ นุชชม ผู้ค้ารายใหญ่ อยู่ท่าขี้เหล็ก ของประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้หลบหนีการจับกุม
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่านายชำนาญเคยถูกจับคดียาบ้าติดคุกปีกว่า ส่วนนายนัทธวุธซึ่งติดคุก 5 ปี 9 เดือน ทำให้ทั้งสองคนรู้จักกันภายในคุก หลังจากทั้งคู่ออกมาจากคุก นายชำนาญได้หันมาค้ายาบ้าเหมือนเดิม โดยให้นายนายนัทธวุธเป็นผู้จำหน่ายรายย่อย แต่มาถูกจับกุมในที่สุด ต่อมานายชำนาญได้ใช้ความรู้จักกับนายนัทธวุธเป็นเอเย่นต์ พร้อมใช้เป็นจุดพักยาบ้า เพื่อรอส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ปทุมธานี และกรุงเทพ ส่วนนายอำนาจเป็นผู้ค้ายาบ้ารายใหญ่ทางฝั่ง อ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ร่วมกับนายชำนาญ
สอบสวนเบื้องลึก ผู้ต้องหารับยาบ้ามาแล้ว 1 ล้านเม็ด ก่อนกระจายให้ลูกค้ารายย่อยตามจังหวัดต่าง ๆ ไป 500,000 เม็ด ส่วนที่เหลือก็ซุกซ่อนไว้ในยุ้งข้าว หากถูกนำไปจำหน่ายจะมีมูลค่าราคาถึง 106 ล้านบาท เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมจะขยายผลทลายเครือข่ายพรรคพวกที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


