จากกรณีมีการแชร์ในโลกออนไลน์ ชายอ้างเป็นอดีตนายทหารเรือยศ‘พล.ร.ต.’ บุกแผนกรบพิเศษ นาวิกโยธิน หรือ RECON เพื่อไปต่อว่าครูฝึกเนื่องจากไม่พอใจที่ลูกชายเข้าฝึกหลักสูตร แล้วได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถฝึกต่อไปได้ ทำให้ต้องพ้นสภาพการเป็นนักเรียนหลักสูตร รีคอน หรือหลักสูตรรบพิเศษของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ อีกทั้งพล.ร.ต.นายดังกล่าวยังยึดปืนเอ็ม 16 และทำลายแท่นรับการเคารพของครูฝึกด้วย

ต่อมา พล.ร.ต.เบญจพร บวรสุวรรณ นายทหารเรือนอกราชการ ออกแถลงข่าวว่า ยอมรับได้เข้าไปที่แผนกหน่วยรบพิเศษจริง เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อนำปืนไปเป็นหลักฐานในการแจ้งความ ว่าครูฝึกได้ใช้ด้ามปืนกระบอกดังกล่าวตีศีรษะลูกชายจนด้ามปืนแตก ไม่ได้ไปยึดมาแต่อย่างใด

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.ต.เบญจพร บวรสุวรรณ นายทหารเรือนอกราชการ พาร.ต.ตถาพร บวรสุวรรณ ลูกชาย เข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ท.ปิยะวัฒน์ นามดุ้ง รองผกก.(สอบสวน) ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ คำกอง รองสารวัตร(สอบสวน) หลังเข้ามาแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา กรณีได้รับบาดเจ็บจากการฝึกหลักสูตรการรบพิเศษ แขนงการลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก และจู่โจม นาวิกโยธิน หรือรีคอน ซึ่งเป็นหลักสูตรหน่วยรบพิเศษนาวิกโยธิน จนได้รับบาดเจ็บซี่โครงขวาหัก 2 ซี่ มีแผลที่หลัง และติดเชื้อในกระแสเลือดต้องรักษาตัวในร.พ.

ร.ต.ตถาพร เปิดเผยว่า ตนอยากจะออกมากอบกู้เกียรติยศ และเกียรติภูมิของครอบครัวที่ถูกกล่าวหา ถูกบิดเบือนข่าวที่กล่าวหาว่าตนอ่อนแอ ฝึกไม่ไหว ที่กล่าวหาว่าตนตกจากที่สูง ทำให้ซี่โครงหัก แผลเกิดจากฝึก ซึ่งเหตุการณ์อย่างนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะตนโดนมากับตัวไม่ควรจะมาใส่ความกันอย่างนี้ ซึ่งที่จริงตนถูกครูฝึกใช้หางกระเบนและไม้หวายเฆี่ยนตีที่แผ่นหลัง และใช้เท้าเตะเข้าที่ชายโครง พร้อมกับถูกด้ามปืนเอ็ม 16 ตีที่ศีรษะ ส่วนอาการที่บาดเจ็บดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องกลับไปรักษาตัวต่อในร.พ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ

ขณะที่พล.ร.ต.เบญจพร กล่าวว่า วันนี้เราพาลูกชายมาให้ปากคำเรื่องของรายละเอียด ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บังคับบัญชาหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินได้โทรศัพท์ไปหาตนบ่อย ประมาณ 4-5 ครั้งก็ได้แต่ขอโทษ ถ้าจะขอโทษก็อย่ามาพูดแต่ปากว่าตาขยิบ ให้มีความเป็นลูกผู้ชาย มีความเป็นชายชาติทหารเอาเรื่องจริงมาพูดกัน ไม่ใช่ไปบอกว่าเด็กมันตกมาจากที่สูงแล้วก็ไปบอกว่าจะไม่ให้ข่าวแล้วแต่ก็ยังไปให้ข่าวที่ผิดๆ แบบนี้มันไม่ใช่ชายชาติทหาร

“มันผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว หลักสูตรมันต้องถูกยกเลิก และทบทวนใหม่ในการฝึก หัวใจของหลักสูตร รีคอน มันจะต้องใช้สมองมากกว่ากำลัง ฝากบอกไปยังน้องๆ นักรบรีคอนด้วย เพราะผมก็ผ่านการฝึกหลักสูตรนี่มา รุ่นที่ 15 และรุ่นผมก็มีเสียชีวิต แต่ป่วยเป็นโรคมาลาเรียไม่ได้รับการรักษา เรื่องนี้ผมอยากจะบอกไปถึงทุกหลักสูตร ที่ยืนยันว่าการ เฆี่ยนตี ทำให้คนฉลาด จะทำให้คนที่จบนำหน่วยไปได้อย่างปลอดภัยมันไม่ใช่ ในเมื่อครูฝึกยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่ารีคอน และจะมาฝึกเขาได้ยังไง คำว่าครูต้องทำตัวให้สมกับคำว่า เป็นพี่ใหญ่ใจดีที่แสนโหด พวกคุณท่องไว้เลยถ้าอยากจะเป็นครูรบพิเศษ คุณเข้าใจคำๆนี้หรือเปล่า ถ้าเด็กไม่ไหวก็ควรจะบอกลูกศิษย์ให้ลาออกไป ไม่ใช่มาเฆี่ยนตีแบบนี้ ลูกผมเนี่ย สลบไปแล้ว อาเจียนแล้วยังไปตีฟาดๆอยู่นั่น มันทำกันไม่ได้ครับเพราะไปแตะเนื้อต้องตัวเขาไม่ได้”

พล.ร.ต.เบญจพร กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข่าวว่าตนใช้อาวุธปืนจี้บังคับ พล.ร.ต.รณรงค์ สิทธินันท์ ผู้บัญชาการศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินนั้นก็ไม่ใช่เรื่องจริง ตนได้บอกกับรณรงค์ว่าเดี๋ยวไปคุยกัน โดยตนบอกให้รณรงค์เป็นคนขับพาไปโดยขับไปถึงจันทบุรี พร้อมกับนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน โดยมี พล.ร.ต.นพดล ปัญญาโฉม รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ร่วมรับประทานด้วย เพื่อพูดคุยกันแบบนักรบรีคอนกันก็แค่นั้น

ด้านพ.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เปิดเผยว่า ถ้ามีผู้ร้องทุกข์มีผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายไป เบื้องต้นจะได้เชิญครูฝึกมาให้ปากคำ โดยทำหนังสือแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชา ซึ่งต้องมีขั้นตอน จึงจะสรุปได้ว่าคดีนี้เป็นการทำร้ายร่างกายหรือไม่

อ่านข่าว อดีตนายพลแจงบุกหน่วยรีคอน ฝึกโหดเกินทำลูกบาดเจ็บ แฉมีอีกหลายคนอาการหนัก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน