พ่อแม่คาใจลูก 1 ขวบดับปริศนา งง! หมอบอกไหลตาย แต่เจอรอยบวมที่หัว-รอยช้ำทั่วร่างกาย แจ้งเอาผิดพี่เลี้ยงเด็กแล้ว ส่งศพผ่าชันสูตรอีกรอบ
เมื่อวันที่ 27 ส.ค.64 นายกิตติธัช เล็กเขต อายุ 24 ปี และ น.ส.ปิยะธิดา เล็กเขต อายุ 21 ปี พ่อและแม่ของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) วัย 1 ขวบ 8 เดือน ที่เสียชีวิตอย่างมีปริศนาเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนำไปฝากเลี้ยงกับพี่เลี้ยงรายหนึ่ง ในละแวกที่พักอาศัยในชุมชนเอื้ออาทรวัดกู้
โดยตามร่างกายของด.ช.เอ มีร่องรอยแดงช้ำบริเวณด้านหลังหลายจุด แต่ต่อมาผลชันสูตรศพระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า มาจากภาวะไหลตาย ทำให้นายกิตติธัชและน.ส.ปิยะธิดา ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงคนดังกล่าวแล้ว พร้อมกับร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำร่างของลูกชายผ่าชันสูตรศพใหม่ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
ภายหลังรับแจ้งเหตุแล้ว พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด พร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เดินทางไปยังวัดบางพูดนอก ถนนสุขาประชาสรรค์ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพ โดยทางเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพศพอีกครั้งต่อหน้านายกิตติธัชและน.ส.ปิยะธิดา ซึ่งชี้ให้ทางแพทย์ดูรอยช้ำที่แผ่นหลังและรอยปูดบวมที่ศีรษะ พร้อมกับร้องขอให้ทางพนักงานสอบสวน นำร่างของลูกชาย ส่งตรวจผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง
นายกิตติธัช ซึ่งอยู่ในอาการเศร้าโศก กล่าวว่า ตนกับภรรยามีอาชีพค้าขายทั่วไป วันไหนที่ต้องไปขายของไกล ก็จะนำลูกชายไปฝากเลี้ยงกับพี่เลี้ยงคนนี้ ที่อาศัยอยู่ใกล้กัน วันละ 250 บาท โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตนนำลูกชายไปฝากเลี้ยงตามปกติก่อนจะออกไปขายของ จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จากพี่เลี้ยงว่า ลูกของตนถูกส่งไปรักษาตัวที่คลินิกแห่งหนึ่งแล้ว หลังมีอาการหมดสติไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยความตกใจและเป็นห่วงลูก ตนจึงรีบเดินทางไปดูลูกที่คลินิกดังกล่าว ก็พบว่าลูกชายตนเสียชีวิตไปแล้ว
ต่อมาเมื่อรับศพลูกชายกลับมาทำพิธีที่วัด จึงพบร่องรอยแดงช้ำหลายจุดที่แผ่นหลัง รวมทั้งรอยปูดบวมที่ศีรษะของลูก ขัดแย้งกับข้อมูลที่พี่เลี้ยงบอกว่า ลูกชายตนมีอาการเซื่องซึมกินยาแล้วนอนหลับไป แล้วเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ตนเองกับภรรยาติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของลูกเป็นอย่างมากว่า ถ้าผลชันสูตรศพที่ระบุสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการภาวะไหลตายจริง แล้วรอยฟกช้ำที่แผ่นหลังกับศีรษะมาจากไหน รอยช้ำเหล่านี้มีส่วนทำให้เสียชีวิตหรือไม่
“ก่อนที่ผมจะนำลูกไปฝากเลี้ยงกับพี่เลี้ยงรายนี้ ลูกชายไม่ได้มีรอยช้ำในลักษณะแบบนี้มาก่อน จึงเป็นเหตุให้ผมกับภรรยาติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของลูก และต้องการให้ผ่าตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตใหม่ ผมกับภรรยาอยากได้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้” นายกิตติธัช กล่าว
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงรายดังกล่าวแล้ว จะนำร่างของด.ช.เอ ส่งตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับเตรียมออกหมายเรียกให้พี่เลี้ยงคนดังกล่าวมาเข้าให้ปากคำสอบสวนต่อไป ในขณะที่น.ส.ปิยะธิดา อยู่ในอาการเศร้าโศกไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว



