สืบโคราชผนึกตร.เกาหลี รวบ 2 ผัวเมียแก๊งหลอกไปทำงานต่างประเทศ หลังหนีกว่า 10 ปี
เมื่อวันที่ 6 ก.ย.64 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว รอง ผบก.ฯ รรท.รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา สั่งการให้พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.ท.พรเทพ ทุ้ยแป พ.ต.ท.มณฑล หงษ์กลาง รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย สว.กก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา ประสานความร่วมมือกับตำรวจเกาหลีใต้
จับกุมนายสมบุญ ดวงเกตุ อายุ 59 ปี และนางบุญ ดวงเกตุ อายุ 55 ปี สามีภรรยา ตาม 22 หมายจับ หลบหนีอยู่ประเทศเกาหลีใต้ ข้อหาร่วมกันจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทำงานยังต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน หลอกลวงคนหางานว่าสามารถจัดหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และจากการหลอกลวงดังกล่าวได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของผู้ถูกหลอกลวง”
สืบเนื่องจากเมื่อปี 2554-2556 กลุ่มผู้ต้องหาได้ก่อเหตุในลักษณะเป็นขบวนการ โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันทำการหลอกลวงผู้เสียหายว่า สามารถจัดหางานเพื่อให้คนงานไปทำงานที่ต่างประเทศได้ โดยในคดีนี้ มีผู้เสียหาย หลงเชื่อและจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ เป็นจำนวนหลายราย ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และบุรีรัมย์ มีผู้ร่วมกระทำผิด ด้วยกันทั้งหมด 6 คน ซึ่งผู้ต้องหา 4 คน ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว ยังคงเหลือ ผู้ต้องหา 2 สามีภรรยา จากการตรวจสอบข้อมูล ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ มีหมายจับคนละ 11 หมายจับ รวม 22 หมายจับ มูลค่าความเสียหาย รวม 2,428,000 บาท
ก่อนที่จะออกหมายจับกุมต่อมาเมื่อวันที่ 12 ก.ค.54 ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้เดินทางข้ามไปยังประเทศกัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และได้เดินทางกลับเข้า มายังราชอาณาจักรไทย ในวันที่ 13 ก.ค.2554
ต่อมาในวันที่ 14 ก.ค.2554 ผู้ต้องหา ได้เดินทางออก นอกประเทศ ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปลายทางที่ประเทศเกาหลี ต่อมาได้ดำเนินการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาสองสามีภรรยานี้ ได้ไปทำงานอยู่ที่ Cheongbuk-myeon, Pyeongtaek-si, Gyeonggi-do ประเทศเกาหลีใต้ จึงได้ประสานกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานตำรวจของเกาหลีใต้ ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองไว้ได้ใ
นข้อหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตหมดอายุ” และผลักดันกลับมายังประเทศไทยจนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 ก.ย.64 ชุดสืบสวนได้จับกุมตามหมายจับฯที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งผู้ต้องหาเป็นผู้ต้องหาตามปฏิทินหมายจับ ตร. มีเงินรางวัลนำจับ 80,000 บาท เบื้องต้นหลังจากการกักตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองพลับพลา จ.นครราชสีมา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
