สาวลั่นไม่ให้อภัยเด็ดขาด หลังหนุ่มคลั่งรักก่อเหตุ พาลูก 5 ขวบ หนีข้ามจังหวัด อ้างเพราะสาวไม่ยอมคืนดี ด้านพ่อเด็กเผยแค้นมาก วอนตร.จัดการให้ถึงที่สุด
วันที่ 8 ก.ย. 64 ที่ สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ชาว ต.พังทุย อ.น้ำพอง พร้อมด้วยอดีตสามี อายุ 30 ปี เป็นพ่อแม่ของเด็กชาย อายุ 5 ขวบ เดินทางมาให้ปากคำเพิ่ม หลังถูก นายสุรพงษ์ อายุ 22 ปี ก่อเหตุลักพาตัวลูกชายวัย 5 ขวบ ไปที่ จ.สกลนคร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.น้ำพอง และชุดสืบสวนภาค4 ทำการติดตามจับกุมตัว นายสุรพงษ์ และช่วยเหลือ เด็กชายเอ กลับมาได้อย่างปลอดภัย
พ่อของเด็ก กล่าวว่า ได้เลิกลา กับ น.ส.เอ และแยกกันอยู่มา 4 ปีแล้ว โดยมีบุตรด้วยกัน 2 คน ซึ่งลูกทั้งคู่อยู่กับฝ่ายหญิง และช่วยกันเลี้ยงดูมาโดยตลอด ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ขับรถกระบะ โตโยต้า ทะเบียน บษ-9032 สกลนคร มาลักพาตัวลูกชายไปจากหมู่บ้าน เมื่อทราบเรื่องจึงรีบขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามและขวางทาง แต่ไม่สามารถสกัดเอาไว้ได้
ต่อมาทราบจากอดีตภรรยาว่า คนที่ลักพาตัวลูกชายไปคืออดีตเพื่อนชายชาวบ้านแหลมทองพัฒนา ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ซึ่งทำงานร่วมกันกับฝ่ายหญิง อยู่ที่ศูนย์ส่งสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลพระ อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งผู้ต้องหาหลงรักฝ่ายหญิงมาก จึงมาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น เพราะต้องการให้ฝ่ายหญิงไปหา เพื่อแลกกับตัวลูกชาย
“ผมโกรธแค้นมาก จะไม่มีวันให้อภัย แต่ยังโชคดีที่ลูกชายปลอดภัย ซึ่งเมื่อรับตัวลูกชายมาถึงบ้าน ปู่ย่าตายาย ญาติพี่น้องได้ร่วมกันผูกข้อมือรับขวัญให้ลูกชาย ซึ่งนับจากนี้ไปก็อาจจะกลับมาใช้ชีวิตคู่กับฝ่ายหญิงอีกครั้ง เพื่อดูแลลูกชายได้อย่างเต็มที่” นายภากร กล่าว
ด้าน น.ส.เอ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาและช่วยเหลือลูกชายกลับมาได้นั้น ยังไม่ได้รับคำขอโทษ จากผู้ก่อเหตุเลย เมื่อถามลูกชายว่า เขาทำอะไรบ้าง ลูกชายบอกว่า เขาสั่งห้ามร้องไห้ ห้ามดื้อ และไม่ให้กินข้าว ลูกชายจึงอดข้าวมาตลอด เมื่อพาถึงบ้านที่จังหวัดสกลนคร แม่ของผู้ก่อเหตุได้ขอดูแลลูกตน เพราะไม่ต้องการให้พาไปหลบซ่อน แต่นายสุรพงษ์ไม่ยอม กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย
“วันนี้พาลูกชายมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับใบส่งตัวจากตำรวจในการพาลูกชายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลน้ำพอง ส่วนทางคดีลักพาตัว ที่ก่อเหตุขึ้น ก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะแม้ว่าลูกชายจะปลอดภัย แต่ก็มีการทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว จะไม่มีการให้อภัยเด็ดขาด” น.ส.พิจิตรา กล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ ยี่สารพัฒน์ ผกก.สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การสืบสวนจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามหมายจับ ของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ. 178/2564 ลง 7 กันยายน 2564 ข้อหา ร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองผู้ดูแล เนื่องจากว่าการก่อเหตุในวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาไม่ได้ก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยยังมี นายวรวุธ อายุ 23 ปี นั่งมาในรถที่เบาะหน้าข้างคนขับด้วย
จากการสอบสวนในเบื้องต้นนายสุรพงษ์ให้การว่า เมื่อขับรถมาถึงหน้าโรงเรียนบ้านโสกม่วง ต.พังทุย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พบ ด.ช. กำลังเดินอยู่บนถนน ห่างจากโรงเรียนประมาณ 50 เมตร จึงได้สั่งให้ นายวรวุธ ลงจากรถยนต์ไปอุ้มเอา ด.ช. ขึ้นรถยนต์แล้วขับรถหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้รับแจ้งและได้ไล่ติดตามแต่ไม่ทัน จึงได้รวบรวมหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ จากนั้นได้ติดตามไปที่บ้าน นายสุรพงษ์ ที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร จนกระทั่งจับกุมตัวได้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุม นายวรวุธ ได้ที่บ้านพักในเขต จ.สกลนคร จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน มาสอบสวนที่สภ.น้ำพองและดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกิน15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองผู้ดูแล ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำพอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป