รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เผยวัดไม่เคยทราบคดี เจ้าหน้าที่รัฐไม่เคยติดต่อ รู้ตอนพิทักษ์ทรัพย์ให้ขายทอดตลาดที่ดินของวัด ชาวบ้านขอทราบจำนวนหนี้สิน
กรณี นายณัฏฐชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวที่รัฐสภาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและไวยาวัจกร วัดวังใหญ่ อ.นาทวี จ.สงขลา เกิดข้อพิพาทระหว่างที่ดินวัดกับบริษัทลิสซิ่งแห่งหนึ่ง จนมีการพิทักษ์ทรัพย์ให้ขายทอดตลาดที่ดินของวัด พร้อมทั้งนำหนังสือยื่นต่อประธานคณะกรรมาธิการศาสนาและศิลปวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร
วันที่ 5 พ.ย.64 พระครูสุวัฒนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เจ้าอาวาสวัดนาทวี มอบหมายรับผิดชอบกิจของสงฆ์ใน 4 อำเภอ จ.สงขลากล่าวว่าวัดวังใหญ่สร้างมา20 กว่าปี โดยนายไสว ณ พัทลุง อดีสรรพสามิต จ.สงขลาและนางอำไพ อัมพุกานนท์บริจาคที่ดิน น.ส.3 ให้วัด 10 ไร่ตั้งวัด
พระครูสุวัฒนาภรณ์ กล่าวว่า ขณะที่ก่อสร้างวัดยังไม่ได้โอนที่ดินให้เป็นธรณีสงฆ์ตามระเบียบกรมศาสนา หลังจากนั้นทางวัดและเจ้าคณะจังหวัดได้ติดต่อกับเจ้าของที่ดินทั้ง 2 คน เพื่อให้มาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ที่ดินให้วัดเป็นธรณีสงฆ์ แต่ติดต่อไม่ได้ เรื่องเงียบหายไป โดยที่ทางวัดไม่ทราบเรื่องข้อพิพาทและมีการฟ้องร้อง และวัดไม่เคยได้รับติดต่อจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ไปต่อสู้คัดค้าน รู้เมื่อศาลให้ยึดทรัพย์และขายทอดตลาด
รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา กล่าวว่า คณะกรรมการวัดวังใหญ่ ได้ดำเนินการรวบรวมเอกสาร หลักฐาน ที่แสดงเห็นว่าที่ดินที่ถูกประกาศขายทอดตลาด โดยสำนักงานบังคับคดีศาล จ.นาทวี เพื่อให้สำนักงานบังคับคดี เห็นถึงข้อเท็จจริง ซึ่งพนักงานบังคับคดีได้ประสานกับโจทก์คือบริษัทธนบุรีลิสลิ่ง เดินทางมาดูข้อท็จจริงที่ดินที่ถูกศาลสั่งขายทอดตลาด เป็นตัววัดจริงหรือไม่ ถ้าเป็นจริงบริษัทฯอาจจะไม่ดำเนินการยึดเพื่อขายทอดตลาด
“ในขณะที่ชาวบ้านใน ต.วังใหญ่ที่ตั้งวัด ได้ประชุมกัน เพื่อขอทราบจำนวนหนี้สินที่ถูกฟ้อง หากจำนวนไม่มาก จะรวบรวมเงินจ่ายให้กับบริษัทฯ ชาวบ้านพอจะมีกำลังในการช่วยไถ่ถอนวัดจากการถูกยึด”
ด้าน นายบรรจง เกตศรัทธา ทนายความ จ.สงขลา กล่าวว่า เนื่องจากนางอำไพ และหลานได้ซื้อรถเบนซ์จากตัวแทนจำหน่ายแห่งหนึ่ง โดยมีบริษัทธนบุรีลิสซิ่ง เป็นไฟแนนซ์ตั้งแต่ปี 2540 และไม่มีการผ่อน เจ้าหนี้ฟ้องเรียกค่าเสียหาย เมื่อสืบทรัพย์พบว่านางอำไพ มีที่ดินที่ ต.วังใหญ่ อ.นาทวี 1 แปลงจึงร้องให้ศาลยึดเพื่อขายทอดตลาด
ซึ่งศาลเองและบริษัทฯ อาจไม่ทราบมาก่อนว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ตั้งวัด เพราะหากมีจดทะเบียนยกที่ดินให้กับวัดกับสำนักงานที่ดินอำเภอหรือกรมศาสนาอย่างถูกต้อง ศาลจะไม่มีอำนาจในการยึดที่ดินวัดไปขายทอดตลาดได้
“ประเด็นปัญหาทั้งหมดคือวัดวังใหญ่ก่อตั้งขึ้น โดยที่เจ้าของที่ดินได้อนุญาติให้สร้างวัดในที่ดินแปลงดังกล่าวได้ แต่เจ้าของทีดินยังไม่โอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับวัด เพื่อจดทะเบียนเป็นธรณีสงฆ์ ซึ่งเป็นความบกพร่องของวัดเอง ตามกฏหมายเมื่อวัดถูกยึด กรรมการวัดต้องเร่งดำเนินการในรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อคัดค้านการขายทอดตลาดกับสำนักงานบังคับคดีในพื้นที่”
ด้าน ส.ต.อ.สุเพท สุดคุ้ม รก.ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.สงขลา กล่าวว่า ทางสำนักพระพุทธศาสนา จ.สงขลา ได้รับมอบหมายจากรองผู้ว่าราชการจ.สงขลา เข้าไปสอบถามข้อเท็จจริง จะขอพบกับพระครูสุวัฒนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ดูแลรับผิดชอบวัดใน 4 อำเภอชายแดน เนื่องจากอดีตดำรงเจ้าคณะอำเภอนาทวีด้วย จะทราบรายละเอียดและข้อท็จจริงทั้งหมด