เจ้าของโกดังน้ำมัน เปิดใจถึงลูกน้องลอบเผา-ไม่คิดทำกันได้ ทำงานมาด้วยกัน 10 ปี แจงปมดุด่า-โต้เผาเอาประกัน เผย 150 ล้านเหลือแต่ซาก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากกรณีตำรวจจับกุมน.ส.สิราสินี หรือ แอน ศรียา อายุ 38 ปี พนักงานตำแหน่งหัวหน้าแผนกคลังสินค้า บริษัท ประภากรออยล์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายน้ำมันประเภทต่างๆ ใน ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม หลังวางเพลิงเผาโกดังเก็บน้ำมันของบริษัทตัวเอง โดยเจ้าตัวอ้างว่าทำไป เพราะแค้นนายจ้างที่ตำหนิมาตลอด

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ธ.ค.64 ที่บริษัทประภากรออยล์ จำกัด ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายนพรุจ อึ้งประภากร อายุ 37 ปี กรรมการผู้จัดการและลูกชายเจ้าของบริษัท เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ถึงเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น

นายนพรุจ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้คลังน้ำมันของครอบครัว ซึ่งมีทั้งออฟฟิศ ลุกลามไปโกดังและบ้านตนที่อยู่ละแวกเดียวกัน เหตุการณ์ครั้งนั้นก็หนักมากในระดับหนึ่ง เพราะวอดทั้งที่ทำงานและบ้าน ถัดมาอีก 3 เดือน มีโควิด-19 ระบาดอีก ต้องปิดบริษัทเป็น 10 วัน จนพอเริ่มกลับมายืนได้ ธุรกิจเรียกได้ว่าขายได้ดี ก็เกิดเหตุไฟไหม้คลังสินค้าวันที่ 29 พ.ย.อีกครั้ง และครั้งนี้ก็หนักหนาสาหัสมาก

“ปีนี้จึงถือเป็นปีที่หนักมากที่สุดในชีวิต เพราะทุกอย่างที่ไหม้ คือธุรกิจของครอบครัวที่พ่อสร้างมาโดยเริ่มจากศูนย์ทั้งหมด ตอนนี้พ่อมาบอกแล้วว่า หลังจากนี้ผมก็ต้องเริ่มจากซากแล้ว เพราะทุกอย่างไหม้ไปทั้งหมดเลย ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่หนักมากๆ ช่วงแรกเราแทบจะยืนไม่ไหว มีความรู้สึกอยากตื่นขึ้นมาแล้วให้บริษัทหายไปเลย แต่พอเห็นปัญหาเรื่องหนี้สินและภาระต่างๆ ผมมองว่าต้องเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน ประกอบกับได้กำลังใจจากครอบครัว เลยทำให้เราสามารถลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาได้”

“แต่พอเพลิงไหม้ครั้งที่สอง แตกต่างจากครั้งแรกมาก เพราะเกิดจากคนใกล้ตัวที่เราไว้ใจ และไม่คิดว่าจะเป็นพี่แอนเลย ตอนนี้สงสารพ่อกับแม่ กำลังใจของธุรกิจยังพอมี แต่ห่วงเรื่องกำลังใจคนทำงานมากกว่า เพราะทุกคนและผมก็สนิทกับพี่แอน เรื่องนี้ถือว่ากระทบจิตใจทุกคนในบริษัท ตอนทราบทีแรกก็ไม่เชื่อว่าเป็นเขา พนักงานในบริษัทก็ไม่เชื่อ เพราะเขาอยู่มาเกือบ 10 ปีแล้ว จึงคิดกันว่าน่าจะเป็นข่าวปลอม ตอนที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งแรก มันเป็นช่วงนี่หนักหน่วง เราก็ยังยืนร้องไห้ เขายังเป็นคนที่ให้กำลังใจเรา ยังปลอบกันอยู่เลย”

นายนพรุจ กล่าวอีกว่า พอมารู้เหตุผลที่เขาบอกว่าทำเพราะอะไร เราก็เปิดคำถามในหัวตลอดว่า คือเรื่องนั้นจริงหรือ สงสัยและไม่เข้าใจว่ามูลเหตุจูงใจมาจากอะไรกันแน่ เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อก่อนอาจมีดุด่าเขาบ้างเพราะเป็นเด็กใหม่ แต่หลังๆ ไม่มีแล้ว เพราะทั้งพ่อและพนักงานเก่าๆ ก็อยากให้เขาเติบโตในหน้าที่ ไม่เข้าใจว่ากดดันในหน้าที่ส่วนไหน กระทบอย่างไรบ้าง แต่ก่อนหน้านี้พ่อก็บอกตามข่าวเรื่องการตำหนิเขาในเรื่องความหละหลวม เพราะเรื่องความปลอดภัย ซึ่งสำคัญที่สุด ยิ่งเคยเกิดเหตุมาแล้ว

ที่ผ่านมาไม่มีพนักงานคนไหนมาบอกตนว่าเขามีปัญหาอะไรบ้าง ส่วนกระแสที่ว่าเป็นการทำลายหรือปกปิดหลักฐานอะไรบางอย่างนั้น ตนตรวจสอบแล้ว ยังไม่พบการทุจริต แต่ก็ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจตรวจสอบ สำหรับมูลค่าความเสียหาย จากการประเมินเมื่อเหตุไฟไหม้ครั้งแรกและล่าสุดรวมประมาณ 150 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าเยียวยาชุมชนและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกำลังพยายามจัดการ

“พี่แอนเป็นพี่ที่น่ารัก แต่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ขอให้เป็นกระบวนการตามกฎหมาย จะไม่ซ้ำเติมและทำร้ายพี่แอนไปมากกว่านี้แล้ว มันผิดหวังมากกว่าโกรธ”นายนพรุจ กล่าว

ทั้งนี้ยืนยันไม่ใช่การจ้างวานหรือหวังเอาประกันแน่ๆ อย่างไรก็จะทำต่อไป แต่ต้องระวังมากขึ้น ต้องทำให้เกินมาตรฐาน ส่วนคลังสินค้าที่ไหม้ ก็ใช้เก็บถังสารเคมีที่ไม่อันตราย ที่ย้ายมาเก็บชั่วคราวจากที่เดิมที่ไหม้ ซึ่งกำลังเตรียมจะสร้างคลังเก็บแห่งใหม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน