ผบช.ภ.4 เผยส่งสำนวนฟ้อง 2 ผู้ต้องหาเอี่ยวคดีครูจอมทรัพย์ ต่ออัยการจ.นครพนมแล้ว พร้อมฟันผิด 14 เจ้าหน้าที่ยุติธรรมฐานบกพร่องหน้าที่ ละเว้นต่อการปฎิบัติหน้าที่ ตามม.157 เร่งสรุปสำนวนคดี 9 ผู้ต้องหาที่เหลือให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 ธ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภาค 4) จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุระชัย ควรเตชะคุปต์ ผบช.ภาค 4 ให้สัมภาษณ์กรณีดำเนินการในคดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร นั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวน บช.ภ.4 ที่แต่งตั้งขึ้น โดยมี พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผบช.ภาค 4 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนนั้น ขณะนี้คณะทำงานซึ่งเป็นฝ่ายกฎหมายของ บช.ภาค 4 ได้สอบสวนสืบสวนในคดีดังกล่าวแล้วโดยทั้งหมด สรุปคือการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์นั้นทำเป็นกระบวนการชัดเจน ทำให้พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่เป็นพลเรือน รวม 11 คน โดยขณะนี้ลงนามในสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้องต่ออัยการจังหวัดนครพนม ชุดแรก 2 คน คือนายสับ วาปี และนางจันทร์ วาปี ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดนครพนมได้รับเรื่องแล้ว ต่อไปคือขั้นตอนของอัยการในการดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายตามขั้นศาลยุติธรรม
“ผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ในส่วนของพลเรือนนั้นพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว โดย 2 คนแรก สั่งฟ้องไปแล้ว ส่วนอีก 9 คนที่เหลือนั้น จะเร่งรวบรวมสำนวนคดีให้รัดกุมและละเอียดที่สุดและเตรียมที่จะสรุปสำนวนคดีส่งให้กับอัยการได้ทันภายในเดือนนี้” พล.ต.ท.สุระชัย กล่าว
ผบช.ภาค 4 กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมที่ถูกแต่งตั้งให้มารับผิดชอบในการรื้อฟื้นคดีนั้น จากการตรวจสอบนั้นพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมที่สั่งตั้งเป็นคณะทำงานในการรับผิดชอบคดี ที่มาจากหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวง โดยแยกคณะทำงานออกเป็น 2 ชุด รวม 14 คน โดยแนวทางการสอบสวนนั้นขณะนี้แล้วเสร็จ ซึ่งเอาผิดเจ้าหน้าที่ทั้งหมด แบ่งเป็นชุดที่ 1 จำนวน 7 คน ฐานบกพร่องต่อหน้าที่ ซึ่งส่งเรื่องให้กับกระทรวงยุติธรรมได้รับทราบเพื่อเอาผิดแล้ว
ขณะที่ชุดที่ 2 อีกจำนวน 7 คน เป็นคณะทำงานที่ลงพื้นที่และทำคดีดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งตร.บช.ภาค 4 ได้เอาผิดฐานบกพร่องต่อหน้าที่ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 โดยชุดที่ 2 นี้นอกจากการแจ้งเรื่องให้กับกระทรวงยุติธรรมได้ทราบแล้ว ยังคงส่งเรื่องให้กับป.ป.ช.เอาผิดคณะทำงานชุดที่ 2 ทั้ง 7 คนด้วยเช่นกัน
“เมื่อรู้ว่าคดีดังกล่าวไม่ถูกต้องมีการกระทำกันเป็นขบวนการ น่าจะหยุด แต่คณะทำงานนั้นยังคงดำเนินการต่อไป จนกระทั่งศาลยกคำร้องจากการขอรื้อฟื้นคดี ดังนั้นแนวทางการสืบสวนสอบสวนในการรื้อฟื้นคดีที่เกิดขึ้นวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอย่างเต็มที่ รอบคอบ และรัดกุมทุกขั้นตอน จนสามารถเอาผิดพลเรือนและเจ้าหน้าที่ได้ เพราะทุกส่วนงานนั้นเกี่ยวข้องกัน ดังนั้นจากนี้ไปพนักงานอัยการจังหวัดนครพนม จะตรวจสอบสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเราได้แยกเป็นรายบุคคล เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลจังหวัดนครพนมต่อไป หากอัยการมีคำสั่งให้สอบสวนใดๆเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมปฎิบัติตาม” ผบช.ภาค 4 กล่าว
