หนุ่มพร้อมแฟนสาว แจ้งตำรวจถูก 2 คนร้ายถีบรถจักรยานยนต์ชิงเงินเกือบ 4 แสน สอบสวนไปมาสุดท้ายโอละพ่อ กุเรื่องขึ้นเองโดนรวบตัวเข้าซังเต

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 27 ม.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร อ.เมืองลำปาง รับแจ้งว่าเกิดเหตุปล้นทรัพย์ บริเวณถนนลำปาง-แม่ทะ เขตบ้านกล้วยแพะ ม.2 ต.กล้วยแพะ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง เหตเกิดเมื่อเวลา 21.00 น. คืนที่ผ่านมา โดยมีคนร้ายจำนวน 2 คน ใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายล้มลง ก่อนชิงเงินสดไปเกือบ 4 แสนบาท หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.วรเชษฐ์ สกิจกัน รองผกก.ป.สภ.เขลางค์นคร ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงรุดไปตรวจสอบ

เบื้องต้นพบผู้เสียหายจำนวน 2 คน นายอธิภพ อายุ 33 ปี ชาว ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง และ น.ส.ณัฐธิดา อายุ 30 ปี ชาว ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ยืนรอให้การอยู่ พร้อมกับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีบร์อน ทะเบียน ขจจ884 ลำปาง ล้มคว่ำอยู่ข้างถนน

ผู้เสียหายเล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาย 2 คนขับรถฮอนด้าเวฟ ไม่ทราบทะเบียน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ สภาพเก่า 1 คัน ขี่รถจักรยานยนต์มาประกบรถของตน และใช้เท้าถีบจนรถล้มลงข้างทาง จากนั้นคนร้ายเข้ามาทำร้ายร่างกายซ้ำ ก่อนจะพากันหยิบเงินสดที่เบิกมาจากธนาคารประมาณ 4 แสนบาท ที่กระเด็นหลุดออกจากกระเป๋าสะพายผ้าสีขาวที่แฟนสาวสะพายไว้

หลังก่อเหตุหลบหนีไปทางบ้านกล้วยแพะถนนลำปาง-แม่ทะ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งสกัดจับตามเส้นทาง และเขตติดต่อ แต่ก็ไม่พบคนร้ายตามที่รับแจ้ง โดยเจ้าหนาที่เชิญตัวผู้เสียหายทั้ง 2 คนมาสอบสวนอย่างละเอียดที่ สภ.เขลางค์นคร

จากการสอบสวนผู้เสียหายให้การมีพิรุธ จนกระทั่ง ทั้ง 2 คนรับสารภาพว่า สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อจะโกหกทางบ้าน เนื่องจากนำเงินดังกล่าวไปใช้ส่วนตัว

พ.ต.ท.วรเชษฐ์ สกิจกัน รองผกก.ป.สภ.เขลางค์นคร ลำปาง รักษาการ ผกก. เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูล และสอบสวนพบว่าเป็นการสร้างเรื่องสถานการณ์ขึ้นมา และพบข้อพิรุธหลายประการ

จากการสอบสวนปรากฏว่า ผู้แจ้งเหตุดังกล่าวรับว่าเป็นการสร้างสถานการณ์และพยานหลักฐานขึ้นเอง โดยไม่ได้เกิดเหตุชิงทรัพย์แต่ เนื่องจากกลัวว่าญาติทางญาติจะทราบเรื่องที่เอาเงินไปใช้ส่วนตัว ส่วนเงินนั้นมาจากการขายที่ดิน แล้วนำเงินมาใช้ส่วนตัว

เบื้องต้นทางเจ้าพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาว่า “ร่วมกันแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้ามีหน้าที่ในการสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิดโดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ในการสืบสวนคดีอาญาเชื่อว่าได้มีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น”

ล่าสุดยังไม่มีญาติของทั้ง 2 คนเดินทางมาเยี่ยมหรือยื่นประกันตัวแต่อย่างใด โดยในวันนี้ทางพนักงานสอบสวนจะนำตัวทั้ง 2 คนส่งฝากขังที่ศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพบางส่วนจาก มติชนออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน