‘เฉลิมชัย’ประกาศ ปิดอ่าวประจวบฯ งดจับสัตว์น้ำฤดูวางไข่ เน้นสร้างความเข้าใจเพื่อประโยชน์ชาวประมงในระยะยาว
ประจวบคีรีขันธ์ / เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2565 ที่บริเวณลานสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หลังใหม่) ริมชายหาดทะเลอ่าวประจวบ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีปิดอ่าว ประกาศใช้มาตรการบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในทะเลอ่าวไทย ประจำปี พ.ศ.2565
และพิธีเปิดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค ฟิชเชอร์แมน มาร์เก็ต(Fisherman Market) โดยมี นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายชาวประมงและประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี
นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวรายงานว่า เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวซึ่งเป็นมาตรการที่ประกาศกำหนดโดยอธิบดีกรมประมง อาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 70 มีสาระสำคัญเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน กำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. – 14 มิ.ย. ของทุกปี ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในพื้นที่ทะเลอ่าวไทยบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี
เนื่องจากผลการศึกษาทางวิชาการของกรมประมง พบว่าพื้นที่ทะเลอ่าวไทยใน 3 จังหวัดดังกล่าว เป็นพื้นที่วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหลายชนิด โดยเฉพาะปลาทู โดยระยะที่ 1 จะมีการปิดอ่าวไทยในพื้นที่ตั้งแต่ปลายแหลมเขาตาม่องล่าย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถึง อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานีครอบคลุมพื้นที่ในทะเล 27,000 ตารางกิโลเมตร ระยะเวลาห้ามทำการประมง ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.- 15 พ.ค.
ส่วนระยะที่ 2 จะมีการปิดอ่าวไทยตามระยะที่ 1 แต่ปรับลดลงมาให้คงห้ามทำการประมงในระยะใกล้ฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนอพยพไปยังพื้นที่เลี้ยงตัวอ่อนในอ่าวไทยตอนใน ครอบคลุมพื้นที่ 5,300 ตารางกิโลเมตร และกำหนดห้ามทำการประมงเพิ่มเติมในพื้นที่ตั้งแต่เขาตาม่องล่ายไปทางทิศเหนือ จรด อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่ 2,900 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.- 14 มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ได้มีการยกเว้นการใช้เครื่องมือประมงบางชนิด ตามที่ระบุไว้ในประกาศเพื่อให้ชาวประมงสามารถทำการประมงได้ในช่วงเวลาที่มีการปิดอ่าว
นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดป้ายประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในทะเลอ่าวไทย ประจำปี พ.ศ.2565 พร้อมปล่อยเรือตรวจประมงทะเลออกปฏิบัติงานในพื้นที่และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่ง จำนวน 220,000 ตัว ประกอบด้วย พันธุ์กุ้งกุลาดำ จำนวน 100,000 ตัว พันธุ์กุ้งแชบ๊วย จำนวน 100,000 ตัว พันธุ์ปลากะพงขาว จำนวน 20,000 ตัว หลังจากนั้นได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการ และการจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านของเกษตรกรและชาวประมง ตามโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค (Fisherman Market)
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า จากข้อมูลทางวิชาการพบว่า การประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวไทย ทำให้พ่อแม่พันธุ์ปลาทูมีความสมบูรณ์เพศและมีการแพร่กระจายของลูกปลาทูและสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดอื่นในพื้นที่ที่ประกาศใช้มาตรการอย่างชัดเจน
ส่วนพื้นที่อ่าวไทยบริเวณบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบของลูกปลาทูและสัตว์น้ำชนิดอื่น พบว่า ระยะเวลา และพื้นที่บังคับใช้มาตรการ สอดคล้องกับการเลี้ยงตัวของสัตว์น้ำขนาดเล็ก แสดงให้เห็นว่า ปลาเริ่มเคลื่อนย้ายเข้าสู่อ่าวไทยรูปตัว ก เป็นแหล่งเลี้ยงตัวอ่อนที่สำคัญ ลดการจับพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำที่มีไข่และคุ้มครองสัตว์น้ำวัยอ่อนไม่ให้ถูกจับมาใช้ประโยชน์มากเกินควร
ประกาศกรมประมงดังกล่าวเกิดจากความเห็นชอบร่วมกันระหว่างกรมประมง ผู้แทนชาวประมงพาณิชย์และชาวประมงพื้นบ้าน ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เน้นการพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวประมงเพื่อป้องปรามไม่ให้กระทำผิด ก่อนที่จะมีการบังคับใช้กฎหมาย