แม่ฮ่องสอน ตชด.ร้อย 336 ปางหมู สนธิกำลัง ทหาร ตำรวจ ตม. กอ.รมน. สกัดจับกลุ่มขบวนการลักลอบขนต่างด้าวเข้าไทย พบจ่ายเงิน 40,000 บาทต่อคน เงินสะพัด 4 ล้านบาทต่อเดือน

5 เมษายน 2565 – การอำนวยการของ พ.ต.ท.ธวัชชัย สุรินต๊ะ ผบ.ร้อย ตชด.336 มอบหมายให้ ร.ต.อ.สำเริง ชำนาญ รอง ผบ.ร้อย ตชด.336 พร้อม กพ. จำนวน 5 นาย บูรณาการร่วมกับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปางมะผ้า เจ้าหน้าที่ ตม.จว.แม่ฮ่องสอน ชป.ข่าว ฉก.ร.7 อ.ปางมะผ้า กอ.รมน.จว.แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ทหาร ชป.ข่าว กกล.นเรศวร

ทำการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์แรงงานต่างด้าวข้ามชาติ หลังจากได้รับแจ้งสายข่าว จะมีการลำเลียงแรงงานต่างด้าว บ้านปางคอง ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านมา บ้านไม้ซางหนาม หมู่ 7 ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า

เจ้าหน้าที่วางกำลังสกัดกลุ่มขบวนการดังกล่าว บนสะพาน บ้านไม้ซางหนาม พบรถยนต์กระบะ ขับผ่านมา โดยมี นายณกษิทธิ์ วิพุช อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 396 ม.1 ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เป็นคนขับ และ นายวรชิต ไม่มีชื่อสกุล อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ – ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน นั่งหน้ามาพร้อมกับคนขับ

ภายในกระบะท้ายคันดังกล่าว บรรทุกต่างด้าวชาวพม่า จำนวน 7 คน ได้แก่ 1. นายจายเล็ก ไม่มีชื่อสกุล อายุ 23 ปี เชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมาร์ ที่อยู่ เมืองลางเคอ ประเทศเมียนมาร์ 2. นางสาวคำอิ่ง ไม่มีชื่อสกุล อายุ 23 ปี เชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมาร์ ที่อยู่ เมืองปางโหลง ประเทศเมียนมาร์ 3. นางสาวคำผี่ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 19 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติเมียนมาร์ ที่อยู่ เมืองจาลอง ประเทศเมียนมาร์

4. นางเมี๊ยะ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 35 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติเมียนมาร์ ที่อยู่ เมืองลางเคอ ประเทศเมียนมาร์ 5. นางทุนเหน่ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 32 ปี เชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมาร์ ที่อยู่ เมืองใหญ่ ประเทศเมียนมาร์ 6. นายหล้าอ่อง ไม่มีชื่อสกุล อายุ 30 ปี เชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมาร์ ที่อยู่ เมืองใหย๋ ประเทศเมียนมาร์ และ 7. นางสาวแสนคำ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 19 ปี เชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมาร์ ที่อยู่ เมืองจาลอง ประเทศเมียนมาร์

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมคนขับรถ และแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันให้การช่วยเหลือซ่อนเร้น ช่วยด้วยประการใดๆ แก่คนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายให้พ้นการจับกุม และนายวรชิต เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามา และอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนต่างด้าวทั้ง 7 คน แจ้งข้อกล่าวหาว่า 1. เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 ข้อ 3 และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือผู้ว่าราชการจังหวัด (คำสั่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ 602/2564 ลงวันที่ 31 มี.ค. 2564 ) ตามมาตรา 35(1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปางมะผ้า เพื่อดำเนินคดีต่อไป

แหล่งข่าวชุดจับกุมระบุว่า กลุ่มขบวนการค้าแรงงานต่างด้าวชาวพม่า มีการดำเนินการทั้งในประเทศเมียนมา และในไทย โดยแรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่ถูกจับกุม ยืนยันว่า ได้จ่ายเงินให้กับนายหน้าที่บ้านหัวเมือง ต.หัวเมือง จ.ลางเคอ รัฐฉาน รายละ 450,000 จั๊ต หรือคิดเป็นเงินไทย 11,500 บาท จากนั้นเมื่อถึงไทยต้องจ่ายอีกคนละ 25,000 บาท เพื่อส่งไปทำงานที่เชียงใหม่

ส่วนค่าจ้างรถ จ่ายรายละ 300 บาท ต่อรถ 1 คัน โดยจะมีขบวนการในไทยใช้รถไม่ต่ำกว่า 3 คัน ในการนำพาต่างด้าวหลบด่านไปส่งที่เชียงใหม่ ผ่านบ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ สรุปต่างด้าว 1 รายจะต้องใช้จ่ายเงินเพื่อเดินทางเข้ามาทำงานในไทย ไม่ต่ำกว่า 40,000 บาทต่อคน

ซึ่งในแต่ละเดือน จะมีแรงงานต่างด้าวเล็ดรอด จากชายแดนไปถึงเชียงใหม่ ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน คิดเป็นเงินรายได้ของกลุ่มขบวนการ ประมาณ 4 ล้านบาทต่อเดือน ส่งผลให้ขบวนการดังกล่าว มีรายได้เป็นกอบเป็นกำและมีเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่มีส่วนร่วมกับขบวนการดังกล่าวอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน