จากกรณี สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ถ่ายคลิปบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวดังใน จ.อยุธยา ซึ่งพบว่า ควาญช้าง ได้ใช้ขอสับช้าง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ลักษณะเหมือนตะขอแหลมคม สับลงไปบนหัวช้างอย่างแรง โดยง้างมือสุดแรงก่อนสับลงไป จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น
เพจ ‘มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์’ ได้เปิดเผยว่า ได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี ข้อหาทารุณกรรมสัตว์ กับ ควาญเด็กหนุ่มที่ใช้ปฏัก หรือตะขอสับจ้วงสับลงไปอย่างรุนแรงที่หัวของ ‘พลายจันทร์เจ้า’ ช้างเลี้ยงเพื่อใช้ในงานแสดงของแลเพนียด อยุธยา เพื่อให้เป็นตัวอย่างและบทเรียนต่อสังคมในเรื่องสิทธิสัตว์ และสวัสดิภาพสัตว์ หลังเห็นด้วยทุกประการ กับผู้แจ้งเหตุทารุณกรรมช้าง เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2565 แต่ปรากฏว่าเจ้าของปางช้าง ได้พาตัวเด็กหนุ่มเข้าแจ้งความและมอบตัวด้วยตนเองแล้วในเวลาเดียวกัน
ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา นายเรียงทองบาท มีพันธุ์ ผจก วังงช้างอยุธยาแลเพนียด นำตัวนายพีร์ อายุ 18 ปี ควาญช้างที่ทำร้ายช้าง มาพบกับ ร.ต.อ.สามารถ รักษาสัตย์ พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อ ดำเนินคดี
โดยนายพีร์ ได้รับสารภาพว่าทำร้ายจริง แต่เป็นการควบคุมช้าง โดยตำรวจจะส่งฟ้องศาลดำเนินคดีในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท จำคุกไม่เกิน 2 ปี
นายเรียงทองบาท มีพันธุ์ กล่าวว่า พลายจันทร์เจ้า เป็นช้างวัยรุ่น โดยพฤติกรรมของช้างวัยรุ่นคือ ข่มตัวอื่น ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับช้างวัยรุ่น การควบคุมพฤติกรรม ควาญช้างจะดุหรือเตือนเพื่อยับยั้งการกระทำ ประกอบตัวควาญเองก็เป็นวัยรุ่น การกระทำอาจจะรุนแรงและกระทบเทือนจิตใจผู้เห็นคลิป ประกอบวุฒิภาวะไม่พอ การควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จึงใช้ความรุนแรงไปอย่างที่เห็น
และเป็นความผิดพลาดของวังช้างฯ ด้วย เพราะโดยปกติจะไม่จับคู่ควาญช้างวัยรุ่นกับช้างวัยรุ่น แต่จะให้ควาญช้างรุ่นใหญ่ที่มีประสบการณ์และใจเย็นกว่ามาดูแลช้างวัยรุ่นแทน ซึ่งทางวังช้างฯ จะระมัดระวังในกรณีนี้ให้มากขึ้น สำหรับนายพีร์ ทางเราจะลงโทษห้ามควบคุมช้าง 1 ปี และให้ไปเกี่ยวหญ้าเลี้ยงช้าง เป็นเวลา 1 ปี แทน

