จากคดีคนร้ายใช้ปืนยิงหัวนายไพโรจน์ ดีลิ อายุ 56 ปี วิศวกรและเจ้าของบริษัทรับเหมา เสียชีวิตก่อนทิ้งศพริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนชิงทรัพย์สินสร้อยทองหนัก 20 บาท พระสมเด็จและเงินสดหลบหนีไป ตรวจสอบศพพบบัตรประชาชนซุกกางเกงใน คาดคนตายรู้ตัวจะโดนสังหาร สอบพบก่อนเกิดเหตุคนตายมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในกทม.แล้วนั่งรถแท็กซี่กลับ จ.พระนคร ศรีอยุธยา โดยตำรวจมุ่งประเด็นธุรกิจ ชิงทรัพย์และชู้สาว เหตุเกิดวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดตร.แกะรอยแท็กซี่ 2 คันที่รับผู้ตายไปส่ง ด้านญาติจุดธูปเชิญวิญญาณคนตายกลับบ้าน ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว ล่าแท็กซี่รับวิศวะขึ้นรถก่อนเป็นศพ ญาติเชิญวิญญาณกลับบ้าน ขนลุกซู่สัญญาณกันขโมยรถดังเอง
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 10 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แกะรอยติดตามหารถยนต์แท็กซี่ 2 คันที่รับและส่งผู้ตาย พร้อมทั้งตรวจยึดรถยนต์แท็กซี่ทั้ง 2 คัน มาตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 จังหวัดปทุมธานี เพื่อหาคราบเลือด และดีเอ็นเอ รวมถึงลายนิ้วมือแฝงพยานหลักฐานต่างๆ ในการสอบสวนผู้ขับขี่ให้การปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการตายของนายไพโรจน์ ดีลิ วิศวกรหนุ่มใหญ่ แต่อย่างใด
การสอบสวนคนขับรถแท็กซี่คันสีเขียว-เหลือง ให้การกับว่า ช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ของวันที่ 7 ม.ค. รับนายไพโรจน์ ซึ่งดื่มสุรามาแต่ไม่เมาจากตลาดห้วยขวางไปส่งที่ห้างสรรพสินค้า ย่านแจ้งวัฒนะ
ส่วนรถแท็กซี่คันสีฟ้า เป็นรถของอู่แท็กซี่แห่งหนึ่ง ย่านแจ้งวัฒนะ ตำรวจสืบสวนทราบว่าทุกครั้งที่นายไพโรจน์เดินทางจะเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ของอู่แห่งนี้อยู่เป็นประจำ จนสนิทสนมคุ้นเคยกัน ปฏิเสธเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมเช่นกัน
รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงวันที่ 7 ม.ค. ตั้งแต่ช่วงบ่ายนายไพฑูรย์ พบและรับประทานอาหารกับเพื่อนสนิทหลายคน หลายกลุ่ม ในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา และในกรุงเทพมหานคร โดยใช้บริการรถแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามแกะรอยรถแท็กซี่ จนพบรถทั้ง 2 คัน และพบว่ายังมีรถแท็กซี่อีกคันหนึ่งที่รับผู้ตายไปจากหน้าห้างเซ็ลทรัล แจ้งวัฒนะ อีกต่อหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามมาตรวจสอบสอบสวน
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ขณะนี้ยังตรวจหาไม่พบรถแท็กซี่คันสีชมพูขาวคันที่ 3 และไม่พบว่าใช้ทางด่วน จึงตรวจสอบตามเส้นทางจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร นอกจากนี้ ยังพบความเคลื่อนไหวของรถยนต์แบบเอนกประสงค์ มุ่งไปจุดเกิดเหตุในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
วันเดียวกัน ที่สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบช.ภ.1 เดินทางมาประชุมพร้อมทั้งเรียกชุดสืบสวนมาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าและนำข้อมูลที่ชุดสืบสวนแต่ละชุดลงพื้นที่ไปสืบสวน ใช้เวลาในการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง
พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นการสังหารใดๆทิ้ง ยังให้น้ำหนักเท่าๆกัน จะรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งรอผลการตรวจยืนยันความชัดเจนประกอบด้วย
