จีนพบ “ไข้หวัดนก H3N8” จากสัตว์สู่คนรายแรก ด.ช. 4 ขวบ ย้ำกินไก่-ไข่ปรุงสุก ยันเดินทางไปต่างประเทศได้ แนะหลีกเลี่ยงสัมผัสสัตว์ปีก
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2565 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีข่าวประเทศจีนพบเด็กชาย 4 ขวบ ติดเชื้อไข้หวัดนก สายพันธุ์ H3N8 เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา ว่า กรมควบคุมโรคได้ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ พบว่า บ้านผู้ป่วยได้เลี้ยงไก่และนกอีกา ทั้งยังมีเป็ดป่าอยู่รอบๆ บ้าน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนได้สังเกตอาการ และสุ่มตัวอย่างจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ไม่พบความผิดปกติใดๆ
ทั้งนี้ โรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 เคยตรวจพบเชื้อในม้า สุนัข นก และแมวน้ำจากทั่วโลก แต่ยังไม่มีรายงาน H3N8 ในมนุษย์มาก่อน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติกล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้นระบุว่า เชื้อดังกล่าวมีความสามารถในการแพร่เชื้อสู่มนุษย์ และความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในวงกว้างอยู่ในระดับต่ำ สำหรับผู้ป่วยเด็กที่พบในประเทศจีนครั้งนี้ นับเป็นรายแรกที่มีการแพร่ระบาดจากสัตว์มาสู่คน
นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดนกในคนทั่วโลก ตั้งแต่ ม.ค. 2546 – 13 ม.ค. 2565 มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ใน 18 ประเทศ จำนวน 863 ราย เสียชีวิต 455 ราย คิดเป็นร้อยละ 53 ได้รับรายงานผู้ติดเชื้อรายสุดท้าย เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2564 จากประเทศอินเดีย
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค มีรายงานผู้ติดเชื้อระหว่างปี 2547-2549 พบผู้ป่วย 25 ราย เสียชีวิต 17 ราย หลังจากนั้นเป็นต้นมาไม่พบรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดนกตั้งแต่ปี 2549 – ปัจจุบัน
ส่วนปี 2565 ข้อมูลถึงวันที่ 29 เม.ย. 2565 จากข้อมูลโปรแกรมตรวจสอบการระบาด กองระบาดวิทยา ไม่มีรายงานผู้ป่วยสงสัยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค และข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก ปี 2565 สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ ก็ไม่มีรายงานสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติจากไข้หวัดนก
นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า การประเมินความเสี่ยงของโรคไข้หวัดนกในประเทศไทย อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศได้ เนื่องจากยังคงพบการระบาดของโรคนี้ในสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้าน และมีการเคลื่อนย้ายเข้าสู่ประเทศ จึงมีโอกาสที่จะแพร่ระบาดมาสู่สัตว์ปีกที่มีการเลี้ยงในบริเวณพื้นที่จังหวัดชายแดนของประเทศไทย
“ขอแนะนำให้ประชาชนรับประทานเนื้อไก่และไข่ที่ปรุงสุก หลีกเลี่ยงสัมผัสสัตว์ปีกที่มีอาการป่วยหรือตาย หากไปที่ตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิตควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ รวมทั้งพื้นผิวที่สัตว์เหล่านั้นอยู่ ห้ามนำซากสัตว์ปีกที่ป่วยตายไปรับประทานหรือให้สัตว์อื่นกิน และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข”
นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีสัมผัสกับสัตว์ปีกในระยะที่มีการระบาดในพื้นที่ ให้สวมหน้ากากอนามัย สวมถุงมือ ล้างมือบ่อยๆ และทุกครั้งหลังการสัมผัสสัตว์ปีกและสารคัดหลั่งของสัตว์ปีก ด้วยน้ำสบู่
“สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องจำกัดการเดินทาง ผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ปีก รวมทั้งนกในธรรมชาติ หรือหากมีอาการเป็นไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และเคยสัมผัสสัตว์ปีก ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติสัมผัสโรค หรือแจ้งประวัติการเดินทาง” นพ.โอภาส กล่าว