เคลียร์จบ กระบะถอยเกือบทับเด็ก นั่งเล่นกลางถนน คู่กรณีจับมือแม่น้อง ไหว้ขอโทษ ยอมจ่าย 1 หมื่น 7 วันไม่ได้ ยินดีให้ดำเนินคดี อีกหมื่น ให้เอาจากป้ารับเลี้ยง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

กรณีเมื่อวันที่ 21 พ.ค.65 เวลา 17.00 น.ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปภาพวิดีโอเตือนภัย พร้อมระบุข้อความว่า ตอนแรกว่าจะไม่ลงคลิปนี้นะ เพราะว่าตัวเองไม่ได้อยู่บ้าน แต่ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ให้เปิดดู ในฐานะที่เป็นประธานชุมชน แค่จะแจ้งในกลุ่มชุมชนให้ระมัดระวังกันเฉยๆ

แต่ในเมื่อจิตใต้สำนึกคนในซอยไม่มี แถมปากดีด้วย ขอลงหน่อยเหอะ บางครั้งสำนึกผิดบ้างก็ได้ จะได้ไม่เดือดร้อน ประธานชุมชน หมู่บ้านจันทร์ทิพย์ สระบุรี ทนไม่ได้ หลังเห็นคลิป รถกระบะ รถถอยทับเด็กวัยขวบเศษ ซึ่งนั่งเล่นอยู่โดยตัว ลอดเข้าไปใต้ท้อง บาดเจ็บ บอกขอจ่ายแค่ 1,000บาท แล้วจบ หากอยากได้มากกว่านี้ก็ไปฟ้องร้องเอา

ความคืบหน้าวันที่ 23 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านจันทร์ทิพย์ ซ.4 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี ที่เกิดเหตุ โดยได้พบกับ น.ส.นรินดา (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี แม่ของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) หนูน้อยวัย 1 ขวบ 7 เดือน ซึ่งถูกระกระบะขับถอยหลังค่อมทับร่างเด็ก แต่เด็กน้อยรอดปลอดภัย

น.ส.นรินดา เล่าว่า ตนได้ไปแจ้งความ และลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองสระบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งไว้ว่าภายในสิ้นเดือนนี้ถ้าทางคู่กรณีไม่นำเงินมาให้ก็จะส่งฟ้องศาลเลย ซึ่งทางคู่กรณีเสนอให้ตนเองเป็นเงิน 1,000 บาทโดยตนคิดว่าชีวิตลูกของตนทั้งคนจะมาให้แค่นี้ได้เหรอ

ซึ่งตนได้เรียกร้องไปที่ 20,000 บาท ซึ่งถ้าเกิดลูกของตนเป็นอะไรขึ้นมา เงิน 20,000 บาทมันไม่คุ้มหรอก โดยทางคู่กรณีขอลดหย่อนอีกตนได้ลดให้ไปเหลืออยู่ที่ 15,000 บาท โดยคู่กรณีจะมาเอาผิดกับคนเลี้ยงเด็กให้ช่วยออกคนละครึ่ง ซึ่งตนเองได้เอาลูกชายมาฝากเลี้ยงไว้กับคนเลี้ยง ซึ่งเด็กได้รับบาดเจ็บที่ แขน ข้อมือ และหัวโนทางคู่กรณีหาเงินให้ไม่ได้ตนเองก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ซึ่งเด็กตอนนี้ปลอดภัยดี แต่ทางแพทย์บอกให้รอดูอาการสัก 2-3 วัน ส่วนตัวแล้วเห็นคลิปรู้สึกสะเทือนจิตใจมาก

ด้าน นายนพดล และน.ส.วินิจ (สงวนนามสกุล) เผยว่า ตนเอง และภรรยามาหาเพื่อนในหมู่บ้านเพื่อจะมาทานข้าวเย็นกัน ซึ่งตนเองก็ได้ขับรถกระบะเพื่อถอยหลังเข้ามา ตอนถอยหลังเพื่อเข้ามาบริเวณหัวมุมมีกระถาง ตนถอยหลังเข้ามาก็มองกระจกหลัง และกระจกมองข้าง โดยที่กระจกมองหลังมันสาดลงมามันเป็นมุมอับก็มองไม่เห็นเด็ก ตนเองค่อยๆ ขับถอยหลัง เพราะว่า ตนเองก็กลัวจะกลัวชนกระถางต้นไม้ที่เยื้องออกมาซึ่งวางอยู่ริมถนน

ขณะถอยเข้าซอยก็ไม่มีผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่กับเด็ก ซึ่งเด็กนั้นนั่งอยู่กลางถนนในซอยจนมีคนมาเคาะกระจกรถของตนเอง ซึ่งตอนนั้นตนเองก็หยุดรถทันที ซึ่งตอนนั้นภรรยาก็บอกให้หยุดรถก่อนที่จะมีคนมาเคาะกระจก โดยที่มีป้ามาเคาะกระจก ตนเองก็สังเกตว่า มีเด็กมายืนเล่นของเล่นอยู่ข้าง ๆ จนป้าวิ่งมา จนตนเองคิดว่า เหยียบของเล่น

พอตนวิ่งลงมาดู พอดีกับป้าวิ่งออกมา มองเป็นเด็ก ตนเองตกใจมากแต่เด็กก็ไม่เป็นอะไรเลย ตนเองและภรรยาลงไปดูเห็นเด็กคลานออกมา ตนเองตกใจมาจับเด็กตรวจดูพบว่ามีรอยถลอกตนเองก็เอายาทา โดยนำเด็กมาที่บ้านเพื่อนหลังนี้ โดยที่เด็กก็เล่นตามปกติ โดยในช่วงตอนเย็น แม่ของเด็กก็เดินทางมาดูที่บ้านที่ตนเองมาทำแผล โดยแสดงความรับผิดชอบจะพาไปโรงพยาบาล

ตนพาไปโรงพยาบาล โดยให้ทางหมอเอกซเรย์ ตรวจร่างกายทุกอย่าง พร้อมรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายให้โดยเสียค่าใช้จ่ายจากการตรวจร่างกาย 700 บาท ค่าใช้จ่ายออกให้ทุกอย่าง จากนั้น แม่ของเด็กก็ได้มาพูดคุยหลังออกจากพาไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยทางแม่ของเด็กนั้นกล่าวว่า จะรับผิดชอบอย่างไร ค่าทำขวัญของลูกตนเองจะเอาอย่างไร

ก่อนที่จะไปหาหมอที่โรงพยาบาล แม่เด็กกล่าวว่า จะให้ค่าทำขวัญเท่าไรก็ได้ แล้วแต่พี่จะให้ แฟนตนเองก็บอกว่าไม่ค่อยมีเงิน ให้ 1,000 บาทได้ไหม เพราะว่าไม่ค่อยมี โดยที่ไม่มีคำว่ากูมึงอย่างข่าวที่ออกบางช่องว่า พูดกูมึง ตนเอง ยอมรับว่าผิด และขอรับผิดชอบทุกอย่าง เพราะว่าต้องดูแลในช่วงแรกก่อน 3 วัน พร้อมให้เบอร์ติดต่อไว้ หากมีอะไรให้โทรหรือติดต่อมา จะรับผิดชอบอย่างเต็มที่เพราะว่าบ้านเพื่อนอยู่ที่นี่

ตอนไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม่เด็กเรียกเงินจำนวน 20,000 บาท ตนเองก็ขอลดค่าใช้จ่ายเป็น 10,000 บาท แต่ขอผ่อนได้ไหม แต่ก็ตกลงกันไม่ได้ โดยให้เวลา 7 วัน เพื่อจะหาเงินมาจ่ายค่าทำขวัญ

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้พาสองสามี ภรรยา เข้ามาพบกับ นางสาว นรินดา โดยทั้ง 2 ได้ตกลงกันว่า ภายใน 7 วันนี้ จะนำเงินมาให้ 10,000 บาท มาให้ส่วนที่เหลือ อีก 10,000 บาทนั้นให้ทาง แม่เด็กไปเอากับป้าน้อย (ผู้รับเลี้ยงเด็ก) ซึ่งทางแม่ของเด็กก็มีการตอบตกลง

แต่ถ้าถึง 7 วันแล้วทางแม่ของเด็กยังไม่ได้เงิน 10,000 บาท ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคู่กรณี ยอมที่จะให้ดำเนินคดี จากนั้นคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายได้จับมือกัน และยกมือไหว้ขอโทษกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน