สุราษฎร์ธานี กอ.รมน.ภาค 4 พื้นที่เกาะสมุย เข้าสำรวจ ไม้เทียนทะเล ตามแนวชายหาดรอบเกาะสมุย หลังมีพระราชกฤษฏีกากำหนด ไม้เทียนทะเลเป็นไม้หวงห้าม ประเภท ข ไม้หวงห้ามพิเศษ ลำดับ 14

26 พฤษภาคม 65 – ภายใต้การอำนวยการของ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 สั่งการให้ ร.อ.อดุลย์ พรหมบุตร หัวหน้าชุด กอ.รมน.ภาค4 พื้นที่เกาะสมุย นำกำลังออกลาดตระเวนตรวจสอบ และป้องกันการลักลอบตัดไม้เทียนทะเลจากกลุ่มขบวนการเพื่อการค้าทำบอนไซ ในพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่บริเวณชายหาดแหลมกากี ต.อ่างทอง และชายหาดแหลมสอ ต.หน้าเมือง ที่ยังมีต้นเทียนทะเลขึ้นตามแนวชายฝั่ง แต่ละต้นจะมีขนาดลำต้นใหญ่อายุกว่า 100 ปี

จากการตรวจสอบยังไม่พบร่องรอยการตัดไม้เพิ่มเติม จากที่ผ่านมาที่พบว่ามีผู้ลักลอบเข้ามาตัดขุดล้อมไม้เทียนทะเลเพื่อทำการค้าบอนไซอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นเทียนทะเลล้มตายไปหลายต้น โดยจะได้ร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านในพื้นที่ และผู้นำชุมชน ในการป้องกันและแจ้งเบาะแสกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้เทียนทะเล

ประกอบกับปัจจุบันมีการลักลอบตัดโค่นไม้กฤษณา เพื่อเอาชิ้นกฤษณาที่อยู่ในเนื้อไม้ และมีการลักลอบขุดไม้เทียนทะเลจากที่ดินของรัฐไปจำหน่าย ทำให้ไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้ซึ่งเหลืออยู่ในป่าตามธรรมชาติน้อยมากอยู่แล้ว มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว จนอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของพันธุ์ไม้ดังกล่าว

และเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พระราชกฤษฏีกา กำหนดไม้หวงห้าม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2565 กำหนดให้ไม้กฤษณาเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้หวงห้ามธรรมดา ลำดับที่ 164 และไม้เทียนทะเลเป็นไม้หวงห้ามประเภท ข. ไม้หวงห้ามพิเศษ ลำดับที่ 14

สำหรับไม้เทียนทะเล มีลักษณะเป็นไม้เนื้อแข็ง น้ำหนักมาก ทนทานต่อการเน่าและการบิดโก่งตัว และเป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้ที่ใช้ในการทำ บอนไซ พบมากที่สุดในฟิลิปปินส์ และยังแพร่กระจายปลูกเป็นบอนไซในไต้หวัน และหมู่เกาะริวกิวของญี่ปุ่น เนื่องจากได้รับความนิยมและมีมูลค่าสูงในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบบอนไซ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน