สยองลำพูน! พบศพถูกเผานั่งยาง กลางสวนลำไย พ่อเหยื่อรุดดูศพ ยังไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ตร.เร่งเช็กวงจรปิด หาหลักฐานสาวถึงคนร้าย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 12.28 น. วันที่ 28 พ.ค.65 ร.ต.อ.จีระศักดิ์ ศักดิ์สม รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองลำพูน รับแจ้งว่า มีผู้พบศพถูกเผานั่งยาง ในหมู่บ้านจักคำภิมุข หมู่ 7 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน แถวโรงฆ่าสัตว์ ต.ต้นธง อ.เมืองลำพูน หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผกก.สภ.เมืองลำพูน ทราบก่อนจะรีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมชุดสืบสวน แพทย์เวร โรงพยาบาลลำพูน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและกู้ภัยลำพูน

ที่เกิดเหตุพบกลางป่าล้อมรอบด้วยสวนลำไยห่างไกลจากผู้คน พบโครงกระดูกศพถูกเผาเหลือแต่กระดูก ส่วนเชื้อเพลิงที่คนร้ายใช้ในการเผา มีเศษไม้ และเศษยางรถยนต์ที่เหลือไว้เป็นขดลวดของยางรถ เจ้าหน้าที่จึงกั้นที่เกิดเหตุไว้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่ทราบว่าผู้ที่ถูกเผานั้นป็นใคร เพศชายหรือเพศหญิง ทางตำรวจพิสูจน์หลักฐานจะได้นำศพไปตรวจหาดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ทราบเพศและสาเหตุการตายสืบไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจหาหลักฐานบริเวณโดยรอบพบรถ จยย.จมอยู่ในบ่อน้ำห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตรจมอยู่ ยังไม่ทราบว่าเป็นรถของใคร แต่สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่าน่าจะเป็นของผู้ตาย

เวลา 15.00 น. พ.ต.อ.ดนัย ใจกล่ำ ผกก.สส.ภ.จว.ลำพูน เปิดเผยว่า หลังจากที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า สีแดง สภาพเก่าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จมอยู่หนองน้ำห่างจากจุดพบศพประมาณ 500 เมตร จึงได้ให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานอีกครั้ง

ขณะเดียวกันทางชุดสืบสวนได้ทำการสอบปากคำ นายเกตุ (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี เบื้องต้นยืนยันว่า ศพดังกล่าวน่าจะเป็นลูกชาย ชื่อ นายวุฒิไกร (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี เพราะติดต่อได้ครั้งสุดท้ายเมื่อคืนเวลาประมาณ 23.00 น. จากนั้นก็ไม่สามารถตามตัวเจอได้ นอกจากนี้ยังสอบปากคำชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบสวน ได้เห็นฟขึ้นบริเวณดังกล่าวเวลาประมาณตี 1

พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผกก.สภ.เมืองลำพูน เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้สอบปากคำ นายเกตุ พ่อของคนตาย ยืนยันว่าศพที่ถูกเผาน่าจะเป็นลูกของตน ในส่วนของการถูกฆ่าตายนั้น ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีเรื่องอะไรกัน ตอนนี้ได้ให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิด ว่าออกจากบ้านเวลาเท่าไหร่ไปกับใคร ยังไง ยังไม่สรุปว่า ไปเกี่ยวข้องอะไรกับใคร

ส่วนจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจมืดหรือไม่ก็ไม่ฟันธง เท่าที่ตรวจสอบประวัติยังไม่เคยมีประวัติเรื่องของธุรกิจผิดกฎหมาย ต้องขอเวลาให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจะสาวไปยังผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน