จากกรณีเพจเฟซบุ๊กสุราษฎร์ธานี เผยแพร่ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง ซึ่งระบุว่า “ขอถามความคิดเห็นเพื่อนสมาชิกหน่อยคับ คือแฟนผมท้อง และได้ไปฝากกับหมอที่คลีนิก ซึ่งเป็นหมอร.พ.สุราษฎร์ธานี และได้กำหนดคลอดวันที่ 18 ที่จะถึงนี้ และวันนี้ได้ไปตรวจเพื่อดูความพร้อมก่อนการผ่าตัด
แต่หมอแจ้งว่าตอนนี้โรงพยาบาลเรื่องซักผ้าเสีย ไม่สามารถซักผ้าสำหรับใช้ในห้องผ้าตัดได้จึงไม่แน่ใจว่าจะผ่าตัดได้มั้ย ซึ่งตอนนี้ถึงกำหนดคลอดแล้ว ผมจึงไม่เข้าใจว่าโรงพยาบาลระดับจังหวัดและเป็นร.พ.ศูนย์ ผอ.โรงพยาบาลจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถ้ามีคนไข้อาการ 50:50 ต้องทำยังไง ถ้าเกิดหมอบอกว่าผ่าตัดแล้วรอด แต่บังเอิญห้องผ่าตัดไม่พร้อม กับอิแค่เครื่องซักผ้าเสีย ไม่สามารถซักผ้าที่ใช้ในห้องผ่าตัดได้ แล้วต้องปล่อยให้คนไข้ตาย ฝากถึงผู้บริหารโรงพยาบาลสุราษฎร์ด้วยคับช่วยคิดหน่อย”
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. น.พ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการร.พ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่า เกิดจากความผิดพลาดทางการสื่อสารระหว่างคุณหมอเจ้าของไข้กับทางร.พ.เอง ที่ไม่ได้พูดคุยติดต่อประสานงานหรือปรึกษากันก่อน ทำให้คุณหมอท่านนั้นอาจไม่ทราบว่าทางร.พ.สุราษฎร์ธานี มีแผนรองรับปัญหาเรื่องเครื่องซักผ้าของร.พ.มาก่อนหน้าที่เครื่องซักผ้าจะชำรุดด้วยซ้ำ
“เพราะที่ผ่านมาทีมผู้บริหารงานร.พ.ทราบและเล็งเห็นมาโดยตลอดว่า เครื่องซักผ้าที่มีอยู่ทั้งหมดประกอบด้วยเครื่องตัวใหญ่ขนาด 450 ปอนด์ 3 เครื่อง และเครื่องตัวเล็กขนาด 200 ปอนด์ 7 เครื่อง ซึ่งแต่ละเครื่องผ่านการใช้งานหนักต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง มาเป็นเวลา 10 กว่าปี มีโอกาสที่จะชำรุดพังเสียหายลงได้ตลอดเวลา และล่าสุดได้เกิดพังเสียหายพร้อมกันที่เดียว 3 เครื่อง ประกอบด้วยเครื่องใหญ่ 1 เครื่อง ที่ไม่สามารถซ่อมต่อได้ และเครื่องเล็ก 2 เครื่องอยู่ระหว่างการซ่อม”
น.พ.สุพจน์ กล่าวต่อว่า จึงได้มีการประชุมหารื้อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการจ้างเอกชนซัก โดยมอบให้บริษัทเอกชนที่แม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ดำเนินการและมีการส่งผ้ากลับมาให้ร.พ.เรียบร้อยงวดแรก เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาใดๆ พร้อมรองรับการผ่าตัดทุกกรณี ขอให้ทางญาติคนไข้รายดังกล่าวและชาวบ้านทั่วไปไม่ต้องกังวลใดๆ ต้องทำความเข้าใจว่า ผ้าที่ใช้ในร.พ.แบ่งเป็น 2 ส่วน เช่นผ้าปูเตียง ปลอกหมอน ผ้าห่ม ก็ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะผ้าที่ใช้ในห้องผ่าตัด ไม่ได้ใช้ผ้าเหมือนผ้าอื่นๆทั่วๆไปต้องผ่านการซัก นึ่งและอบฆ่าเชื้ออย่างดีเพราะหากไม่สะอาดดีพอ อาจเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ ทำให้ผู้ป่วยเกิดอันตรายได้
“อย่างไรก็ตามขณะนี้ ถึงมีจะมีผู้รับจ้างก็ตาม ทางร.พ.ก็ต้องเตรียมความพร้อมเผื่อความเสี่ยงเอาไว้ เผื่อเกิดอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน ในเรื่องการรับ-ส่งผ้า ทางร.พ.มีโครงการซื้อเครื่องซักผ้าเพิ่ม อีกอย่างร.พ.สุราษฎร์ธานี เป็นพันธมิตรกับร.พ.สวนสราญรมย์ ซึ่งมีเครื่องซักผ้ามีกำลังการผลิตสามารถซักได้วันละ 800 ก.ก. โดยนำกลับมาอบและนึ่งฆ่าเชื่อที่ร.พ.สุราษฎร์ธานี ขอให้ทุกท่านสบายใจได้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ปัญหาที่เกิดเป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อน และเข้าใจผิดกัน ระหว่างหมอเจ้าของไข้และญาติ คนป่วย


