ชายจอดกระบะติดเครื่องทิ้งไว้หน้ารพ. ระหว่างนำหลานถูกตะขาบกัดมาพบแพทย์ โดยให้ลูกอายุ 16 ปี อุ้มหลานวัย 4 เดือนนั่งรอ จู่ๆไฟไหม้ วิ่งหนีตายขอความช่วยเหลือ
วันที่ 9 มิ.ย. 65 ศูนย์วิทยุสื่อสารและสั่งการนเรนทรตรัง รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถกระบะที่จอดติดเครื่องยนต์อยู่บริเวณริมถนนหน้าโรงพยาบาลตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง แผนกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และประสานรถดับเพลิงเทศบาลนครตรังพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุบนถนนหน้า รพ.ตรัง ติดกับร้านขายข้าวแกง พบไฟไหม้รถกระบะ อีซูซุ ดีแม็ก สีเงิน ทะเบียน บบ 7947 ตรัง อยู่บริเวณภายในห้องเครื่อง ชาวบ้านในละแวกนั้นช่วยกันนำน้ำมาช่วยกันดับไฟ แต่ไฟก็ยังไม่สงบลง เกิดกลุ่มควันออกมาเป็นจำนวนมาก สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยของโรงพยาบาลเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่ดับและกู้ภัยต้องเร่งช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิง แต่เป็นไปด้วยอุปสรรคเนื่องจากฝากระโปรงหน้ารถไม่สามารถเปิดออกมาได้ ก่อนจะใช้ชะแลงและอุปกรณ์งัดขึ้นออกมา ใช้เวลาประมาณกว่า 30 นาที เพลิงจะสงบ และกลุ่มควันลดลง
นายจรัญ อายุ 51 ปี เจ้าของรถ กล่าวว่า ตนออกจากบ้านมากันทั้งหมด 5 คน มี ตน ภรรยา ลูกชาย 1 คน และหลานอีก 2 คน เนื่องจากหลาน 1 คนถูกตะขาบกัด เมื่อมาถึงก็จอดรถไว้หน้าโรงพยาบาล โดยตนและภรรยา ได้นำหลานที่โดนตะขาบกัดไปในโรงพยาบาล โดยในลูกชายวัย 16 ปี อุ้มหลานเพศหญิงวัย 4 เดือนที่มาด้วยนั่งรออยู่ในรถ
โดยสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ให้ ปรากฏว่าอยู่ดีๆมีคนมาบอกตนว่าควันได้พวยพุ่งออกมาจากห้องเครื่อง โชคดีที่ลูกชายวัย 16 ปีได้เปิดประตูรถอุ้มหลานวัย 4 เดือนออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านละแวกนั้นแล้ว
รถคันดังกล่าวตนซื้อมือสองมาขับอยู่ประมาณ 7 ปี ไม่เคยไปตกแต่ง หรือดัดแปลงอะไรแม้แต่น้อย ทุกอย่างในรถเป็นของเดิมอุปกรณ์เดิมจากโรงงานทั้งหมด และไม่เคยมีปัญหาใดๆมาก่อน เข้าเช็กระยะอู่อยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้ก็มึนงงเป็นอย่างมากไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งรถมีเพียงแค่ พรบ.แต่ไม่มีประกันภัย ในเรื่องของทรัพย์สินที่เสียหายไม่เป็นไร โชคดีที่ลูกชายและหลานวัย 4 เดือนปลอดภัยก็ดีแล้ว