แม่ขอความเป็นธรรม ลูก ป.5 ถูกรุ่นพี่ ป.6 รุมทำร้าย กลางโรงเรียน หลังจากเผลอทำน้ำกระเด็นใส่ ด้าน ผอ.โรงเรียน เรียกผู้ปกครอง 2 ฝ่ายเคลียร์ใจ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากกรณีผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา โพสต์ถามถึงความเป็นธรรม กรณีลูกชาย เรียนอยู่ชั้น ป.5 ถูกรุ่นพี่ ป.6 จำนวน 4 คน รุมทำร้ายจนบาดเจ็บ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีข้อความว่า “โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.หนองหัวแรต อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เด็กนักเรียนรุ่นพี่ ป.6 ทั้งหมด 4 คน รุมทำร้ายเด็กนักเรียน 1 คน ป.5 ซึ่งเป็นลูกชายดิฉันเอง เนื่องจากว่า น้องเล่นโป่งใส่น้ำอยู่ที่อ่างล้างมือ รุ่นพี่เดินมาหลังอ่างน้ำ น้องเผลอปล่อยมือน้ำกระเด็นใส่รุ่นพี่

รุ่นพี่โมโหจึงกระโดดถีบที่หลังน้อง พอน้องล้มหัวเข่ากระแทกถนนซีเมนต์ แล้วชวนเพื่อนอีก 3 คนมาช่วยรุมทำร้าย ทั้งตบหู 2 ข้าง เป็นแผลเลือดออก พอน้องจะลุกขึ้นก็กระโดดถีบซ้ำ ไม่มีโอกาสได้ยืน ทั้งต่อยหลังเขียวช้ำทั่วหลัง หลังจากนั้น น้องไปบอกครูประจำชั้น ครูบอกเดี๋ยวบอกครูชั้น ป.6 ให้ทำโทษ (ครูให้เพื่อนพาไปล้างแผล) ที่ห้องพยาบาลโดยที่เพื่อนล้างให้ (ไม่ใช่ครู) ครูไม่เคยโทรหาดิฉัน แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้น แต่แจ้ง ผปค.เด็ก 4 คนที่รุมทำร้ายลูกดิฉัน

แม่ขอความเป็นธรรม ลูก ป.5 ถูกรุ่นพี่ ป.6 รุมทำร้าย กลางโรงเรียน หลังจากเผลอทำน้ำกระเด็นใส่

แม่ขอความเป็นธรรม ลูก ป.5 ถูกรุ่นพี่ ป.6 รุมทำร้าย กลางโรงเรียน หลังจากเผลอทำน้ำกระเด็นใส่

จนกระทั่งน้องเลิกเรียน ตาไปรับเห็นแผลจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณคิดว่าเหตุการณ์นี้ควรเกิดขึ้นกับลูกของดิฉันมั้ย และถ้าหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับลูกของคุณควรทำเช่นไร ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ ขออนุญาต Tag นะคะเพื่อความเป็นธรรม”

ล่าสุดวันที่ 13 มิ.ย.2565 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนที่เกิดเหตุในพื้นที่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยพบกับ นางรมิตา (ขอสงวนนามสกุล) ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากครูประจำชั้นว่า มีเด็กนักเรียนชั้น ป.5 นำลูกโป่งไปเปิดน้ำที่ก๊อกบริเวณหน้าห้องน้ำ แล้วน้ำกระเด็นใส่รุ่นพี่ ป.6 ที่เดินผ่านมา

นางรมิตา กล่าวต่อว่า ทำให้รุ่นพี่ ป.6 ไม่พอใจ จึงได้ผลักหลังของนักเรียน ป.5 จนล้มหัวเข่าถูกับพื้นคอนกรีต ทำให้เกิดแผล และนักเรียน ป.5 ได้ไปบอกกับครูประจำชั้น ซึ่งครูได้พาน้องไปทำแผลที่ห้องปฐมพยาบาล โดยก่อนกลับบ้านครูได้ตรวจดูแผลของน้องกีตาร์อีกครั้ง พบว่า มีบาดแผลไม่มากนัก จึงปล่อยให้กลับบ้าน

นางรมิตา กล่าวอีกว่า ส่วนนักเรียนรุ่นพี่ ป.6 ที่ผลักน้อง ทางโรงเรียนทราบเพียงว่า มีแค่ 1 คนเท่านั้น เพราะน้องจำได้แค่คนเดียว และแจ้งชื่อมาคนเดียว แต่เมื่อโรงเรียนสอบถามเพิ่มเติม ก็พบว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีรุ่นพี่ทั้งหมด 4 คนที่ร่วมมือกัน โรงเรียนจึงนัดผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายให้มาพูดคุยกัน แต่ติดช่วงเสาร์อาทิตย์ จึงไม่สามารถเชิญผู้ปกครองมาพูดคุยได้ จึงได้นัดผู้ปกครองอีกครั้งในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ช่วงเช้าที่โรงเรียน

ผอ.โรงเรียน กล่าวว่า ซึ่งผู้ปกครองของนักเรียนได้มีการพูดคุยกันแล้ว และนักเรียนรุ่นพี่ที่ก่อเหตุ ก็ได้ขอโทษผู้ปกครองและน้อง ป.5 โดยทั้งคู่ได้มีการจับมือคืนดีกัน ซึ่งปกติโรงเรียนจะอบรมสั่งสอนนักเรียนอยู่เสมอในเรื่องการรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น โรงเรียนก็ต้องทำโทษนักเรียนที่ก่อเหตุ ด้วยการทำทัณฑ์บนไว้ก่อนเพราะกระทำผิดเป็นครั้งแรก และให้นักเรียนที่กระทำความผิด บำเพ็ญประโยชน์ในโรงเรียน โดยการกวาดถนนและทำความสะอาดห้องน้ำ เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อให้เด็กได้สำนึกว่า กระทำความผิดลงไป ซึ่งมีนักเรียนและผู้ปกครองลงชื่อรับทราบ

นางรมิตา กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ปกครองของน้องที่ก่อเหตุ ก็รับปากกับทางโรงเรียนว่า จะเข้มงวดอบรมสั่งสอนลูกเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ทำความผิดซ้ำอีก ในขณะที่ทางโรงเรียนก็จะเพิ่มมาตรการให้ครูสอดส่องดูพฤติกรรมของนักเรียนให้ถี่ถ้วนมากขึ้น โดยหลังจากผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายพูดคุยตกลงกันแล้ว ได้เห็นดีไปในทิศทางเดียวกัน และยอมรับการตัดสินของผู้อำนวยการโรงเรียน

ด้าน นางวริสรา (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ปกครองของน้อง ป.5 ที่ถูกทำร้าย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทำน้ำกระเด็นใส่รุ่นพี่แล้วลูกก็ได้ขอโทษรุ่นพี่ แต่รุ่นพี่ยังโมโหอยู่ ก็เลยเกิดเรื่องบานปลายทำร้ายร่างกายกัน และในวันนี้ทางโรงเรียนได้ประสานผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายมารับทราบมูลเหตุและพูดคุยกัน ก็ได้ขอโทษกัน และเซ็นเอกสารรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องการทำทัณฑ์บนเป็นที่เรียบร้อย

นางวริสรา กล่าวต่อว่า ซึ่งตนยอมรับการตัดสินของผู้อำนวยการ และรับคำขอโทษจากผู้ปกครองเด็กคู่กรณี ส่วนอาการของลูกได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหู มีบาดแผลหัวเข่าแตกทั้งสองข้าง เพราะล้มใส่พื้นคอนกรีต และมีรอยฟกช้ำเขียวบริเวณหลัง ก็ต้องรักษาและสังเกตอาการต่อ

ส่วน นางชมพู (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ปกครองนักเรียน ป.6 ที่ก่อเหตุ กล่าวว่า ยอมรับผลตัดสินของผู้อำนวยการโรงเรียน และหลังจากพูดคุยกับอีกฝ่าย ตนก็ยอมรับผิดที่ลูกไปก่อเหตุขึ้น และจะคอยดูแลอบรมสั่งสอนลูก เพื่อไม่ให้ไปก่อปัญหาทะเลาะวิวาทขึ้นอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน