นครราชสีมา แม่ค้ารถเร่ขายกับข้าวหรือรถพุ่มพวง โอดครวญ น้ำมันพุ่งของแพง รายได้หายไปกว่าครึ่ง แบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไม่ไหว รายได้หดหาย แทบไม่เหลือกำไร วอนรัฐเร่งแก้ปัญหาด่วน
14 มิถุนายน 2565 – ปัญหาน้ำมันแพง สินค้าอุปโภค บริโภคขึ้นราคา ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะอาชีพรถเร่ขายกับข้าว หรือ รถพุ่มพวง ที่ต้องตระเวนขายกับข้าวตามหมู่บ้าน ชุมชน ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาสินค้าและน้ำมันที่แพงขึ้น

นางทองยุ่น นาทายัพ อายุ 52 ปี ชาวบ้านหนองแดง ตำบลกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ประกอบอาชีพรถเร่ขายกับข้าว เผยว่า ปกติเร่ขายสินค้าจำพวกกับข้าว ผัก ผลไม้ ตามหมู่บ้าน ตามไร่สวนให้กับชาวบ้านและเกษตรกร ที่ออกไปทำงานในช่วงเช้า
ตั้งแต่ทำอาชีพนี้มากว่า 15 ปี ไม่เคยเจอปัญหาของแพง และน้ำมันแพงเท่านี้มาก่อน เมื่อก่อนจะขึ้นราคาแค่บางอย่าง ไม่ได้ขึ้นพร้อมๆ กัน แต่ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นราคาหมด ทำให้ต้องประสบกับปัญหาต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
ตนจึงต้องซื้อสินค้ามาตุนเอาไว้จำนวนมากๆ เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ หากซื้อสินค้ามาขายน้อย ลูกค้าจะไม่มีตัวเลือก ทำให้ไม่อยากมาซื้อสินค้า ส่วนราคาขาย จำเป็นต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นชิ้นละ 3-4 บาท

เมื่อราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น ลูกค้าก็ไม่มีทุนมาซื้อสินค้า ทำให้หายหน้าไปหลายรายแล้ว ส่วนบางรายที่ยังมาอุดหนุนอยู่ เคยซื้อครั้งละ 200-300 บาท ก็ซื้อลดลงไปกว่าครึ่ง เหลือเพียงครั้งละ 100 บาทเท่านั้น รายได้หดหาย แทบไม่เหลือกำไร
อีกทั้งสินค้าก็เหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ต้องตระเวนขายของนานขึ้น จากเดิมขายตอน 6 โมงเช้าถึงเที่ยง แต่ปัจจุบันนี้ ต้องขับรถเร่ขายไปเรื่อยๆ จนถึงเย็น บางวันก็ขายหมด บางวันก็เหลือ ไม่รู้จะทำยังไง เคยคิดอยากหยุดทำอาชีพนี้ แต่ก็หยุดไม่ได้ เพราะไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไรในช่วงวิกฤติแบบนี้
หากจะไปทำอาชีพเกษตร ก็คงไม่ไหวเพราะต้นทุนปุ๋ยก็แพง จำเป็นต้องเดินหน้ายึดอาชีพนี้ต่อไป จึงอยากวิงวอนให้ภาครัฐได้เห็นใจ เร่งแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนโดยเร็ว

ชาวบ้านรายหนึ่ง ที่ใช้บริการรถพุ่มพวง บอกว่า คนต้องกินต้องใช้ทุกวัน สินค้าราคาแพงขึ้นแค่ไหน แต่ก็ยังจำเป็นต้องซื้อต้องใช้ ต่างเดือดร้อนกันหมด พยายามประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแล้ว แต่อาหารการกินเป็นเรื่องจำเป็น ต้องซื้อต้องจ่ายกันแทบทุกวัน บางวันก็ต้องลดปริมาณการซื้อลงบ้าง แต่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรจริงๆ