เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 17 ม.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท เข้าจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ภายในห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งย่าน ลาดพร้าว กทม. โดยสั่งการให้สืบสวนสอบสวนเครือข่ายคลอเซ็นเตอร์จับกุม คนกดเงินและคนโอนเงินในเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ได้ 3 คน คือ นาย เฉิน ฮาว เชีย สัญชาติ ไต้หวัน อายุ 35 ปี, นายหัว เว็น ซุง สัญชาติ ไต้หวัน อายุ 24 ปี และ นายชิน เซ็น ฮัง สัญชาติไต้หวัน อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 5 เล่ม บัตรเอทีเอ็มจำนวน 4 ใบ เงินสด 90,600 บาท โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ใบเสร็จกดเงินตามตู้กดเงินสดต่างๆ และเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ที่ปรากกฎตามกล้องวงจรปิด ที่ใช้กดเงินตามสถานที่ต่างๆ

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย อยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชาวไต้หวัน เดินเข้ามาในประเทศไทย วันที่ 28 ธ.ค. และกลับมาอีกครั้งในวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมาและมาเช่าห้องพักดังกล่าว 3 วันคอยตระเวนกดเงิน และโอนเงินไปยังหัวหน้าแก๊ง ซึ่งเข้ามากบดานซ่อนตัวอยู่ในห้องพัก จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบเห็นผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเข้ามาพักอาศัยในแมนชั่นดังกล่าว จึงแสดงตัวเพื่อขอจับกุมและค้นห้องพัก โดยผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า ทำหน้าที่เป็นเพียงคนคอยกดเงินและโอนเงินเท่านั้น

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของความเชื่อมโยงเราพบผู้เสียหายแล้ววันนี้จึงอายัดของกลางทั้งหมดไว้ มูลค่ากว่า 4 แสนกว่าบาท คนร้ายใช้บัญชีของคนไทยโอนผ่านไปถึง 4 แสนกว่าบาท อย่างไรก็ตามจะต้องดำเนินการขยายผลการจับกุมคนไต้หวันเพิ่ม เนื่องจากมีความเชื่อมโยงถึงกันหมด บ่งบอกได้ว่าแก๊งคอลเซนเตอร์ไม่ได้มีมากมาย ซึ่งมีพฤติการลักษณะเดียวกัน ใช้บัญชีคนไทยโอนเหมือนกัน โดยทางเราได้ประสานงานกับทางต่างแดน ทั้งไต้หวัน, มาเลเซีย และตำรวจสากล หาเบาะแสเพื่อขยายผลการจับกุมไปยังกุมอื่นๆเพิ่มเติม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเลข OTP หรือ เลขส่วนบุคคล ได้หารืออย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์คนร้ายที่เปิดบัญชีรับโอน การขายบัญชีคนไทย ไปขอเลข OTP ต่างๆ กับทางหน่วยงานเครือข่ายโทรศัพท์ ซึ่งขณะนี้มีความเข้มงวดมากขึ้น หากมียุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโทรเข้ามาขอข้อมูลส่วนบุคคล เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเลข OTP ห้ามให้เด็ดขาด เพราะไม่มีสถาบันการเงินไหนจะโทรมาขออย่างแน่นอน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ง. และหน่วยงานเครือข่ายโทรศัพท์เพิ่มความเข้มขึ้นอย่างมากเพื่อมาตราฐานความปลอดภัยให้มั่นใจมากขึ้น

“ในส่วนของคนไทยที่ยังทำพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ขอให้หยุดให้เลิก ถ้าไม่เลิกจะตามถึงบ้าน เพราะว่าเป็นความเดือดร้อนของคนไทยทั้งประเทศ ถ้าคนไทยไม่ร่วมมือ ขบวนการคอลเซ็นเตอร์จากต่างแดนนั้นเราทำอะไรไม่ได้ เรามีข้อมูลทุกอย่างแล้ว และไม่ได้จับกุมแค่ในประเทศไทย โดยมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ ตม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจอินเตอร์โพลหรือตำรวจสากลไว้หมดแล้ว ซึ่งประสานข้อมูลกันอยู่ตลอด โดยรูปแบบของอาชญากรรมยังเหมือนเดิม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ทราบวิธีการทำงานของแก๊งมากขึ้นแล้ว และประสานให้ติดตามจับกุมได้ ทำให้เรื่องการกระทำผิดอาชญากรรมต่างแดน มีช่องว่างน้อยลง และคาดว่าจะหมดไปเร็วๆนี้ โดยประชาชนไม่ต้องกังวลใจ สามารถการประกอบธุรกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ แต่ขอให้มีสติในการทำรายการทุกครั้ง” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ถูกแจ้งข้อหา มีและใช้บัตรอิเล็กทรอนิค โดยไม่ได้รับอนุญาตและส่งตัวไปยัง สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน