พ่อค้าแม่ค้าลั่น เตามหาเศรษฐี ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะของขึ้นราคาทุกอย่าง แพงเหมือนเดิม วอนรัฐช่วยหันมามองประชาชนนิดนึง
จากกรณีกระทรวงพลังงานชวนคนไทยลดใช้พลังงานด้วย เตามหาเศรษฐี หรือเตาซุปเปอร์อั้งโล่ ที่สามารถประหยัดไม้ ฟืนและถ่านที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ถึง 500-600 บาท/ครัวเรือน/ปี และช่วยลดการใช้แก๊ส LPG ในครัวเรือน จากนั้นจึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากว่า ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ดีเท่าไหร่นัก ตามที่ข่าวนำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 22 มิ.ย. 65 คุณนุ่น เจ้าของร้าน 304 center ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า เตาอั้งโล่ขึ้นราคามาจากปีที่แล้ว 5 บาท ส่วนยอดขายเตาอั้งโล่ในปัจจุบันก็จะขายดีในช่วงของเทศกาล ส่วนวันปกติก็จะขายได้เรื่อย ๆ แต่ยอดขายดีกว่าแต่ก่อน และอีกหนึ่งปัจจัยในเรื่องของถ่านก็ถีบราคาขึ้นเช่นกัน ตนคิดว่าไม่สมควรที่จะขึ้นราคา เพราะชาวบ้านได้รับผลกระทบ และที่ร้านเวลาลูกค้ามาซื้อสินค้าก็มักจะบ่นกันว่าราคาที่ขึ้นสูงจากปกติ ซึ่งก็พยายามที่จะขายเท่าทุนได้กำไรเพียงนิดหน่อยเพื่อช่วยลูกค้า แต่สินค้าบางตัวก็ต้องยอมโดนบ่นเพราะต้นทุนสูงขึ้น
ด้าน นางสาวดวงใจ เจ้าของร้านลูกชิ้น ที่ใช้เตาอั้งโล่ในการประกอบอาชีพค้าขาย กล่าวว่า จากผลกระทบที่วัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นแก๊สหรือถ่านที่ขึ้นราคา ที่ร้านของตนได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะกำไรที่เกิดจากการขายของหากวัตถุดิบขึ้นราคาก็ต้องได้กำไรน้อยลง ส่วนเตาอั้งโล่ที่ซื้อมาเมื่อปีก่อนในราคา 150 บาทเป็นเตาขนาดใหญ่เบอร์1 แต่ที่ไปสอบถามราคามาล่าสุด ราคาอยู่ที่ 180 บาท
ทั้งนี้อยากฝากถึงรัฐบาลว่า ที่ให้ประชาชนสู้ๆ ทางประชาชนก็ช่วยเหลือตัวเองกันเยอะและก็อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยมองเห็นสักนิด เพราะตอนนี้ข้าวของก็แพง แม่ค้าก็ต้องซื้อของมาแพงลูกค้าก็ต้องซื้อของแพงขึ้น ซึ่งทำให้ส่งผลกระทบกันหมด ทำให้การทำมาค้าขายไม่ดี จึงไม่มีสภาพคล่องแต่เรื่องของการจับจ่าย ทำให้การหาเงินยากขึ้นมา ยังไงฝากรัฐบาลช่วยหันมามองประชาชนนิดนึงนะคะ