กรมวิทย์ย้ำผู้ป่วยฝีดาษลิงในไทยทั้ง 4 รายเป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ความรุนแรงน้อย ย้ำหากมีผื่นขึ้นอย่าเพิ่งหาที่ตรวจเชื้อ ให้พบแพทย์ประเมินประวัติเสี่ยงและลักษณะผื่นแผลก่อน ควรตรวจหรือไม่ แนะแลปพื้นที่ท่องเที่ยว ยื่นขอตรวจประเมินความชำนาญ เพื่อให้ตรวจในพื้นที่ได้ ระบุเพาะเชื้อได้แล้ว เตรียมทดสอบกับเลือดผู้ปลูกฝี 30-40 คน ป้องกันฝีดาษลิงได้หรือไม่

8 ส.ค. 65 – นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงสถานการณ์โรคฝีดาษลิง ว่า ขณะนี้ทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงประมาณ 3 หมื่นกว่าราย ส่วนใหญ่ที่พบในโลกเป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ซึ่งมี 2 สายพันธุ์ย่อย คือ B.1 และ A.2 โดยพบ B.1 มากกว่า A.2 แต่น้อย

ส่วนผู้เสียชีวิตพบ 5 รายถือว่าน้อยมาก ส่วนใหญ่มีเยื่อหุ้มสมองอักเสบ บางรายมีอาการหนัก เช่น มีภาวะเอชไอวี เป็นต้น สำหรับประเทศไทยเราพบผู้ป่วยยืนยันฝีดาษลิง 4 ราย แต่เราเจอสายพันธุ์ A.2 มากกว่า

โดยรายแรกเป็นชายไนจีเรีย อายุ 27 ปี จ.ภูเก็ต พบเป็นสายพันธุ์ A.2 รายที่สอง เป็นชายไทยอายุ 47 ปี กทม. พบสายพันธุ์ B.1 รายที่สามเป็นชายเยอรมันอายุ 25 ปี จ.ภูเก็ต เป็นสายพันธุ์ A.2 และรายที่สี่ เป็นหญิงไทยอายุ 22 ปี เป็นสายพันธุ์ A.2 ย้ำว่าทั้งหมดเป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ไม่ใช่แอฟริกากลาง ซึ่งโรคไม่ได้รุนแรงอะไร

“ขณะนี้เราเพาะเชื้อฝีดาษลิงขึ้นแล้ว ได้ไวรัสจำนวนมาก เราจะเริ่มดำเนินการขั้นตอนต่อไป คือ ทดสอบคนที่เคยปลูกฝีดาษในอดีต จะเอาเลือดมาทดสอบกับตัวเชื้อฝีดาษลิงว่า สู้ได้แค่ไหนอย่างไร ข้อมูลที่ว่าภูมิคุ้มกันสู้กับฝีดาษลิงได้ 85% ยังใช่ได้อยู่หรือไม่เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับประเทศไทย

โดยจะรับอาสาสมัครประมาณ 30-40 คน ซึ่งเราหยุดปลูกฝีดาษมามากกว่า 40 ปี ดังนั้น จะเลือกผู้ที่ปลูกฝีในช่วงอายุ 40 ปี 50 ปีก่อน และ 60 ปี ช่วงอายุละ 10 คนมาทดสอบ เพื่อให้เห็นข้อมูลของแต่ละช่วงอายุ ซึ่งการทดสอบใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์” นพ.ศุภกิจกล่าว

นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ส่วนการตรวจฝีดาษลิงนั้น ขณะนี้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกแห่งสามารถตรวจได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้แลปหลายแห่งโดยเฉพาะ รพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป ในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แสดงเจตจำนงเข้ามายังกรมวิทย์ เพื่อทดสอบความชำนาญ

โดยจะเอาตัวอย่างเชื้อไปให้ทดลองตรวจความแม่นตามว่าเป็นไปเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ หากผ่านเกณฑ์ก็จะอนุญาตให้ตรวจได้ภายใต้มาตรฐานห้องแลปชีวนิรภัย 2+ เพื่อความปลอดภัย ถ้าพื้นที่ไหนจำเป็นเร่งด่วนก็ขอให้รีบดำเนินการโดยเร็ว เพื่อมีแลปตรวจได้หลายแห่งในพื้นที่นั้น

“ย้ำว่าประชาชนทั่วไปถ้าไม่มีประวัติเสี่ยง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่ต้องไปตรวจหาฝีดาษลิง จะเสียเงินเปล่าๆ ยกเว้นมีความเสี่ยงหรือเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดถึงตรวจ อย่างผู้ป่วยทั้ง 4 รายที่มีการติดเชื้อก็ชัดเจนว่ามาจากพฤติกรรมการนัวเนีย

ดังนั้น ถ้าไม่ได้มีพฤติกรรมเสี่ยง โอกาสติดเชื้อก็น้อยมาก อย่าวิตกกังวลมากเกินกว่าเหตุ นอกจากนี้ ค่าตรวจตอนนี้มีราคาสูง แต่จะประชุมเพื่อหาต้นทุนที่แท้จริง เพื่อลดราคาลงมาในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด” นพ.ศุภกิจกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีผู้ป่วยสงสัยชาวฝรั่งเศสที่ จ.ตราด นพ.ศุภกิจกล่าวว่า รายนี้พบว่ามีไข้มาก่อนนานแล้วเป็นเดือน จากนั้นจึงเริ่มมีแผลเกิดขึ้น ซึ่งส่งตรวจมาจาก จ.ตราด เบื้องต้นการเก็บตัวอย่างจากคอและเลือด ผลเป็นลบทั้งหมด แต่ตัวอย่างจากแผลอันแรกส่งมา ผลตรวจยังไม่สมบูรณ์ ให้ค่าที่แปลไม่ชัด จึงต้องเก็บตัวอย่างเพิ่มมาตรวจใหม่

อย่างไรก็ตาม รายนี้มาพบแพทย์ค่อนข้างช้า มีอาการเกือบเดือนแล้วเพิ่งมา หากมีเชื้อจริงก็ไม่อยู่ให้แล้ว จึงต้องเอาตัวอย่างบางส่วนมาถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อยืนยันอีกครั้ง แต่พื้นที่ต้องไปสอบสวนโรค

ด้าน นพ.อาชวินทร์ โรจนวิวัฒน์ ผอ.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กล่าวว่า ประชาชนวิตกกังวลมาก อย่างมีผื่นขึ้นมาก็รีบมาขอตรวจ ซึ่งเราได้รับการติดต่อหลายท่าน แต่ที่ควรทำคือไปพบแพทย์ ประเมินลักษณะแผลผื่นที่ขึ้น เพื่อประเมินและดูประวัติเสี่ยงสัมผัสว่าสมควรตรวจหรีอไม่ หากเป็นขึ้นมาแล้วต้องอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนโรค ที่กองระบาดวิทยาต้องดำเนินการเพื่อควบคุมโรคต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน