เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สายตรวจสนามบิน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู ทหาร และเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไมโครซอล์ฟ บลูเบิร์ด รุ่นอีเอฟ500 สีดำ จากนายยุสรี อิแอ อายุ 31 ปี ชาวต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานลำเลียงกระเป๋าของบริษัทเอาท์ซอร์สแห่งหนึ่ง โดยโทรศัพท์ดังกล่าว เป็นหนึ่งในจำนวนโทรศัพท์ทรัพย์สินที่มีผู้เสียหายแจ้งหายไว้ก่อนหน้านี้

จากการสอบถามนายยุสรี รับเป็นเจ้าของโทรศัพท์ดังกล่าว โดยให้การว่า ซื้อมาจากนายมาโนช (ไม่ทราบนามสกุล) ในราคา 1,500 บาท เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกตรวจยึดและนำของกลางดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สาคู เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

นายเพ็ชร กล่าวต่อว่า การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องมาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2560 มีเหตุลักขโมยทรัพย์สินผู้โดยสาร หลังจากได้รับเรื่องทางท่าอากาศยานภูเก็ตก็ได้ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ทหารบก ตำรวจ สภ.สาคู และตำรวจท่องเที่ยว มีการตรวจสอบและติดตามจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ และมีการขยายผลมาตลอด ซึ่งในช่วงนั้นก็จะมุ่งเน้นตรวจสอบที่การลักขโมยสิ่งของในกระเป๋าสัมภาระระหว่างการขนย้ายจากอากาศยานเข้ามายังตัวอาคาร ซึ่งมีการตรวจจับและเข้มงวดตรวจตามากขึ้น ทำให้สถานการณ์คลี่คลายไป

นายเพ็ชร กล่าวอีกว่า หลังจากทิ้งช่วงมาประมาณ 3 เดือน ในช่วงต้นเดือน ต.ค. 2560 ได้มีการสุ่มตรวจ และมีการหาข่าววงในมาระยะหนึ่ง กระทั่งพบว่ามีพนักงานของบริษัทเอาท์ซอร์สแห่งหนึ่งมีพฤติกรรมในการลักขโมยทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว จึงได้เข้าไปตรวจสอบในระหว่างการปฏิบัติงานในเขตลานจอดอากาศยาน และสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุขโมยทรัพย์สินของผู้โดยสาร และได้ส่งตัวให้ สภ.สาคูดำเนินคดีตามกฎหมายมาแล้วก่อนหน้านี้

“หลังจากที่มีการตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง และมีการกำหนดมาตรการต่างๆ ออกมาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตรวจสอบในระหว่างที่มีการลำเลียงสัมภาระของผู้โดยสารมายังห้องคัดแยกกระเป๋า ทำให้กลุ่มผู้ที่จะกระทำผิดเปลี่ยนรูปแบบในการดำเนินการ โดยหันไปขโมยสิ่งของที่คลังสินค้าแทน ซึ่งก็พอมีข้อมูลอยู่บ้างแต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน และได้มีการวางแผนเพื่อทำการจับกุม” นายเพ็ชร กล่าว

นายเพ็ชร กล่าวว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ามีกลุ่มพนักงานเอาท์ซอร์สก่อเหตุลักขโมยสินค้าที่กำลังจะส่งไปต่างประเทศ จึงเข้าไปจับกุม 2 คน และขยายผลไปยังบ้านพัก พบผู้ผู้ก่อเหตุอีก 1 คน รวมเป็น 3 คน รวมทรัพย์สินที่ลักขโมยไป 72 รายการ โดยกรณีนี้ไม่ได้ขโมยมาจากกระเป๋าผู้โดยสาร แต่เป็นการลักขโมยในคลังสินค้า ก่อนจะมีการขยายผลและติดตามทรัพย์สินที่สูญหายเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีการจัดสายตรวจเข้าไปสุ่มตรวจในลานจอดอากาศยานหรือพื้นที่ต่อเนื่อง และอีกประการคือ ขอความร่วมมือกับทางบริษัทสายการบินหรือบริษัทเอาท์ซอร์สต่างๆ ต้องช่วยตรวจสอบอีกทางหนึ่งด้วย เพราะลำพังท่าอากาศยานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามากำกับดุแลคงทำได้ค่อนข้างลำบาก จึงต้องช่วยกัน และทราบว่าทางสายการบินและบริษัทเอาท์ซอร์สเองก็พยายามมีการตรวจสอบ โดยมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มเติม และในการปฏิบัติงานก็มีความเข้มงวดเพ่งเล็งพนักงานที่ต้องสงสัย ซึ่งถือว่าเป็นการให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน