ตอบทุกปัญหาชายแดน! ทบ.ยันภารกิจชายแดนไทยเข้มแข็ง พร้อมดูแลพื้นที่-ช่องทาง-แรงงาน ย้ำ กกล.บูรพาพร้อมหนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน จ.สระแก้ว
เมื่อวันที่ 2 ก.ย.พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว
โดยแนวชายแดนด้านนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกองกำลังบูรพา เพื่อดูลักษณะพื้นที่ เส้นเขตแดน จุดผ่านแดน การปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน ชมจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก รับทราบความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ว่า

ภาระหน้าที่ของการป้องกันชายแดนในทุกพื้นที่ก็คือ การป้องกันชายแดน การรักษาความมั่นคงภายใน อีกเรื่องคือการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ในช่วงที่ผ่านมากองกําลังป้องกันชายแดนของกองทัพบกทําหน้าที่ได้อย่างทุ่มเท
โดยเฉพาะพื้นที่ตรงนี้ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภารกิจสําคัญของกองกำลังป้องกันชายแดนที่เราได้รับมอบจากรัฐบาลก็คือ เรื่องการป้องกันการนําเชื้อเข้าจากต่างประเทศ เราจะต้องมีการป้องกันตัวเอง จะต้องทําหน้าที่อย่างเต็มที่ที่จะสกัดกั้น ในขณะที่พี่น้องที่อยู่ตามบริเวณประเทศเพื่อนบ้าน ก็มีความต้องการที่จะเข้ามาทํางานในประเทศไทย นี่ก็เป็นสิ่งที่เราก็ต้องมีการอํานวยความสะดวก
สําหรับผู้ที่เข้ามาแล้วจะต้องจัดระเบียบ ส่วนผู้ที่เข้ามาไม่ถูกต้องก็นำเข้าสู่กระบวนการให้ถูกต้อง ที่ผ่านมาทั้งหมดเราได้ทําหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตของการทํางานเป็นไปอย่างดียิ่งทุกพื้นที่
เมื่อเปรียบเทียบช่วงก่อนเกิดโควิด19 กับช่วงที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย กองทัพบก จับผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายได้มากน้อยแค่ไหน

พล.อ.สันติพงศ์ กล่าวอีกว่า จากที่รัฐบาลได้ทําข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในการนําแรงงานเข้ามาทำงานในประเทศ ถูกต้องตามกฎหมาย มีเอกสาร มีหลักฐาน แล้วก็มีความต้องการของเจ้าของงานหรือผู้ที่จะรับแรงงานมาใช้งานในพื้นที่ประเทศไทย ก็ทําให้การลักลอบเข้าในพื้นที่ต่างๆ ตอนนี้น้อยลงมาก
ในส่วนกองกําลังป้องกันชายแดนก็จะทําหน้าที่คัดกรองให้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเข้ามาตามพื้นที่ที่กําหนด เราก็จะช่วยอํานวยความสะดวกในกระบวนการคัดกรองให้ดีที่สุดตอนนี้มีพบผู้ลักลอบเข้าทาง เส้นทางธรรมชาติอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เมื่อเราตรวจพบก็จะมีการประสานงานเพื่อที่จะให้กลับไปยังประเทศเขา เพื่อเริ่มต้นใหม่ทําให้ถูกต้อง ก็มีการประสานงานกัน แต่ยืนยันว่ามีจำนวนน้อยลง
เมื่อถามว่า ผู้ลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมายหรือว่าคนไทยออกไปอย่างผิดกฎหมาย มักอ้างว่าเขาใช้ช่องทางธรรมชาติ ซึ่งช่องทางเหล่านี้เหมือนทางเจ้าหน้าที่ทหารจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลทางกองทัพได้รับรายงานเรื่องนี้อย่างไร

พล.อ.สันติพงศ์ กล่าวว่า ตลอดแนวชายแดน 5,526 กิโลเมตร กองทัพบกมี 7 กองกําลังป้องกันชายแดน มีคนประมาณ 30,000 กว่าคน ซึ่งได้ทําหน้าที่อย่างเต็มที่ ด้วยมาตรการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวนด้วยการเดินเท้า ด้วยยานยนต์ ด้วยอุปกรณ์ช่วย เช่น พวกโดรนต่างๆ รวมทั้งการสร้างสิ่งกีดขวางที่เกิดขึ้น ในช่องทางที่ต้องเรียนว่า 5,000 กว่ากิโลเมตร กับคนเพียงแค่จํานวนหนึ่ง
เราไม่สามารถที่จะเอาคนไปวางได้ตลอดทั้งพื้นที่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กองกําลังป้องกันชายแดนจะทําได้ก็คือ จะต้องพิจารณาวิเคราะห์ว่าพื้นที่ใดที่อาจจะเป็นพื้นที่ที่หลุดรอดได้ เราก็พยายามที่จะเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติในจุดนั้น เช่นไปลาดตระเวนบ่อยๆ ในจุดนั้น แต่ก็ยอมรับว่าอาจมีการหลุดรอดได้บ้าง
เมื่อถามว่า เท่าที่เห็นพื้นที่ชายแดนด้านสระแก้วอาจจะต้องพัฒนาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมากขึ้น ตรงนี้ทางกองกําลังบูรพาจะส่งเสริมสนับสนุนอย่างไรและจะเข้มงวดในเรื่องใดบ้าง

พล.อ.สันติพงศ์ กล่าวว่า ทางกองกําลังบูรพา ก็เป็นส่วนหนึ่งของส่วนราชการที่จะต้องสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว ก็ทําเต็มที่อยู่แล้ว เรื่องการเข้าออกทั้งสินค้าและผู้คน ตรงนี้ต้องเข้มงวด แน่นอนว่าในพื้นที่ของกองกำลังป้องกันชายแดนทั้งหมดนั้น จัดทําเป็นจุดเฝ้าตรวจ เป็นจุดคัดกรอง จุดเฝ้าตรวจก็คือเป็นจุดที่จะคอยดูแล
เพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบ หรือเพื่อไม่ให้การกระทําผิดกฎหมายผ่านเส้นเขตแดน ส่วนจุดคัดกรองอีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อจุดใดที่กําหนดว่าจะต้องเป็นจุดผ่านเข้า-ออกของประชาชนตามการอนุญาตตามกฎหมาย เราก็จะทําหน้าที่ช่วยคัดกรองบุคคล
ส่วนโครงการก่อสร้างจุดผ่านแดนถาวรที่บ้านหนองเอี่ยน จ.สระแก้ว ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่จะเปิดขึ้นมาเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อเพิ่มช่องทางขนส่งสินค้า อำนวยความสะดวกผู้ผ่านแดน ช่วยลดความคับคั่งของ ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ได้สะดวกขึ้น คลองลึกก็จะเป็นทางผ่านเข้า-ออกของคน ที่บ้านหนองเอี่ยนก็จะเป็นเส้นทางของการส่งสินค้า
รวมทั้งที่ด่านศุลกากรที่บ้านป่าไร่ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็กําลังดําเนินการอยู่ยังไม่เสร็จ ทั้งนี้การสร้างด่านถาวรจะช่วยลดปัญหาการลักลอบเข้าเมือง เพราะเมื่อความสะดวกมีมากขึ้น การกระทําผิดกฎหมายก็จะลดน้อยลง

เมื่อถามถึงเรื่องการแบ่งเขตแดนด้วยร่องน้ำลึกและการปักปันเขตแดนมีการดำเนินการคืบหน้าอย่างไร โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เป็นเรื่องของสนธิสัญญาในอดีต ปัจจุบันเราก็จะเป็นลักษณะของการดํารงสภาพโดยการพูดคุยกันของคณะกรรมการทั้งสองประเทศร่วมกัน ถ้ามีอะไรที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เราก็คุยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจ แล้วก็ทํางานร่วมกันได้
ส่วนการแบ่งเขตแดนที่เกี่ยวกับร่องน้ำลึก ถ้าน้ำขึ้นน้ำลง น้ำมากน้ำน้อยก็อาจจะมีผล แต่ว่าร่องน้ำลึกก็อาจจะเปลี่ยนไปตามห้วงเวลา ซึ่งก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก
เมื่อถามว่า ที่มีคนเดินเข้า-เดินออกในพื้นที่อ้างสิทธิ์ของทั้งสองประเทศเพราะว่าแบ่งพื้นที่ไม่ได้และไม่รู้ว่าพื้นที่ไหนเป็นของใครถือว่าเป็นปัญหาการลักลอบเข้าเมืองหรือไม่นั้น
พล.อ.สันติพงศ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์ จริงๆแล้วเป็นเพียงแค่ว่าต่างคนต่างบอกว่าเป็นของตน การเข้าไปก็แค่เข้าไป ก็อาจจะเข้าไปได้ แต่การที่จะผ่านเข้าในพื้นที่เรามีจุดตรวจ ด่านตรวจประจําพื้นที่ตลอดอยู่แล้ว ก็ไม่สามารถที่เข้า-ออกได้ง่าย
เมื่อถามว่า ชายแดนมีช่องทางธรรมชาติที่เขาใช้อ้างในการเดินข้ามประเทศ ที่ผ่านมาพอจะทราบหรือไม่ว่าสามารถข้ามได้ตลอดแนว มีจุดไหนที่เป็นที่นิยม โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ในพื้นที่ชายแดนอย่างเช่น พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้านจังหวัดสระแก้ว เมื่อมีการอนุโลมให้ใช้แรงงานระหว่างประเทศได้ โดยข้อตกลงของส่วนราชการสองประเทศ เช่นการใช้แรงงานในประเทศเพื่อนบ้านมาทําการเกษตรแบบเช้าไปเย็นกลับ ซึ่งเคยมีปฏิบัติ แต่ในช่วงโควิดนั้นเราได้งดไป

นั่นหมายถึงว่า คนที่อยู่ตามแนวชายแดน เช่นหมู่บ้านคู่ขนานตามแนวชายแดน ต่างคนก็ต่างเดินหากันได้อยู่แล้ว ก็ไม่ได้ยากอะไร เพราะว่าเป็นคนที่อยู่ตามชายแดนอยู่แล้ว ก็สามารถที่จะเข้า-ออกได้ แต่ในการเข้า-ออกนั้นก็จะต้องผ่านขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ที่จะคัดกรองกัน
ทั้งนี้หมู่บ้านป้องกันตนเองตามแนวชายแดนที่สร้างขึ้นมา ก็เป็นเรื่องของการเฝ้าพื้นที่ชายแดน เรื่องการแจ้งเตือนอะไรต่างๆที่มีในอดีต แต่ปัจจุบันนี้ถ้าประเทศเพื่อนบ้านนี่เป็นมิตรที่ดีต่อกันก็แทบไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลใจ