สลด ฟ้าผ่าหญิงวัย45 รับจ้างถอนหญ้า กลางสวนทุเรียน ดับ คาดทอง-มือถือ ล่อฟ้า แม่เผยเคยเตือนลูกสาว ฝนตกฟ้าร้องอย่าทำงานตามโคนต้นไม้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 ก.ย.2565 ร.ต.ท.เศรษฐวัฒน์ ชื่นมนต์ชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เขาสมิง ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกฟ้าผ่าได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่สวนทุเรียนแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 1 บ้านท่าโสม ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด จึงไปตรวจสอบพร้อมรถกู้ชีพโรงพยาบาลเขาสมิง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเข้าให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ มีเจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้าช่วยปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจ และรีบพาส่งห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเขาสมิงไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือนางวิจิตร์ อายุ 45 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป พบบาดแผลเป็นรอยไหม้ตามร่างกาย เสื้อผ้าและกางเกงที่สวมใส่ถูกไฟไหม้ ต่อมาเวลา 16.20 น.ได้รับแจ้งว่า อนางวิจิตร์ เสียชีวิตแล้ว
สอบถามนางแป๋ว อายุ 74 ปี แม่ผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ก้อนเกิดเหตุ นางวิจิตร์ ไปรับจ้างไปถอนหญ้าจากโคนทุเรียน ที่สวนทุเรียนของเพื่อนบ้านที่รู้จักกันได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ซึ่งจะถอนอยู่คนเดียวภายในสวน ซึ่งตอนเกิดเหตุมีฝนตก จู่ๆก็มีเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง 1 ครั้ง แต่ตอนนั้นไม่มีใครเห็นว่าฟ้าผ่าอะไร จนกระทั่งเจ้าของสวนเดินไปดูก็เห็นนางวิจิตร์ นอนอยู่โคนทุเรียน จึงได้เรียกคนมาช่วยและแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
ซึ่งตอนเกิดเหตุลูกสาวตนได้ถอดสร้อยคอทองคำ 1 เส้น และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายและแขวนไว้กับต้นทุเรียนตรงต้นที่เกิดเหตุ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งของในกระเป๋าดังกล่าวจะเป็นวัตถุที่ล่อฟ้าหรือไม่ ซึ่งตนเองก็เคยเตือนลูกสาวแล้วว่าถ้ามีฝนตก หรือมีฟ้าร้อง ก็อย่าไปทำงานตามโคนต้นไม้นัก เพราะอันตราย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริง
นายพนมกร รักษากิจ อาสาสมัครกู้ภัยที่ไปช่วยผู้บาดเจ็บ เล่าว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบว่าผู้บาดเจ็บไม่มีชีพจรแล้ว จึงรีบปั๊มหัวใจอย่างเร่งด่วนพร้อมประสานรถกู้ชีพมารับตัว ในที่เกิดเหตุจะพบว่าโคนต้นทุเรียนมีรอยฟ้าผ่า ด้านข้างผู้ได้รับบาดเจ็บยังพบว่ามีมีดขอ ตกอยู่ 1 เล่ม และที่ต้นทุเรียนก็มีกระเป๋าโทรศัพท์ห้อยอยู่ ไม่แน่ใจว่าสิ่งของชนิดไหนที่เป็นวัตถุล่อฟ้าที่ทำให้เกิดเหตุ

