“เลขา กอ.รมน.” กำชับ กอ.รมน.จังหวัด ร่วมบูรณาการทุกภาคส่วน รับมืออุทกภัยทุกพื้นที่ เปิดสายด่วน 1374 ช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชม.
9 ก.ย. 65 – ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) พ.อ.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส รองโฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนถึงปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย
ส่งผลให้ตลอดทั้งเดือน ก.ย. 65 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ตลอดทั้งเดือน โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำไหลทะลักเข้าบ้านเรือนอย่างฉับพลัน สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก จึงสั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้อย่างเต็มที่
โดย พล.อผกสันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการ กอ.รมน. ได้กำชับและเน้นย้ำให้ กอ.รมน.จังหวัด และกอ.รมน.ภาค เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือประชาชน รวมถึงแจ้งเตือนผู้ที่อาศัยอยู่ริมน้ำ หรือในพื้นที่ลุ่ม ให้ยกสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้าไว้บนที่สูง เก็บทรัพย์สินของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย

ตลอดจนเตรียมแผนอพยพประชาชน เด็ก ผู้สูงอายุ ให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมให้ กอ.รมน. จังหวัด เฝ้าติดตามตรวจสอบระดับและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กอ.รมน. ชลบุรี ร่วมกับ มทบ.14 จัดกำลังพลชุดเคลื่อนที่เร็ว และยานพาหนะออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ศรีราชา ก่อกระสอบทราย กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงจัดรถรับส่งประชาชนเพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรไปมา

พร้อมกันนี้ กอ.รมน. จังหวัด อาทิ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร ชัยนาท นครราชสีมา สุโขทัย เชียงใหม่ ชุมพร ยะลา ได้จัดประชุมบูรณาการเตรียมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากเหตุอุทกภัย ร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น
องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิ และจิตอาสาในแต่ละพื้นที่เตรียมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจัดชุดปฏิบัติการพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที
สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่สายตรงความมั่นคง โทร. 1374 และ Line: @1374 ได้ตลอด 24 ชม.