รวบเซียนพระ บุกพิพิธภัณฑ์ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ขโมยพระพุทธรูป-พระเครื่อง อ้างมีคนสั่งมาขโมย ก่อนนำไปขายหาเงินเที่ยว-ดื่มเหล้า
วันที่ 16 ก.ย.2565 ที่สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.พัทฐกร ศาสนะสุพินธ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.เทวฤทธิ์ บูรณรักษ์ รอง ผกก.สสฯ และ พ.ต.ท.อภิชาติ ประพิณ รอง ผกก.ป.ฯ ร่วมกันแถลงจับกุมตัว นายทวีชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาวจ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่จ.299/2565 ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ฯ โดยใช้ยานพาหนะ
หลังก่อเหตุขโมยพระพุทธรูป พระเครื่อง และวัตถุมงคลภายในพิพิธภัณฑ์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่ามัชฌิมาวาส บ้านดงเมือง ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ จำนวนมาก เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2565 ซึ่งกล้องวงจรปิดบริเวณศาลาวัดจับภาพคนร้ายได้ กระทั่งชุดสืบสวนแกะรอยตามจับตัวได้ที่บริเวณร้านลาบก้อยแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สีชมพู อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งใช้ขับขี่ในการก่อเหตุ พระพุทธรูป 2 องค์ พระเครื่อง และวัตถุมงคลกว่า 300 รายการ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในพิพิธภัณฑ์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งอยู่ภายในวัดป่ามัชฌิมาวาส ทั้งนี้ ก่อนทำแผนนายทวีชัย ได้กราบขอขมาหลวงปู่เมือง หรือ พระโพธิญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส ก่อนพาไปชี้จุดที่ปีนกำแพงเข้ามาในวัด เดินเข้าไปในครัวหยิบเอาทัพพี แล้วเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์
ใช้ทัพพีงัดตู้ใส่วัตถุมงคลและของที่ระลึกญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาสร้างถวายแด่หลวงตามหาบัวในโอกาสต่าง ๆ แล้วขโมยเอาพระพุทธรูป พระเครื่อง และวัตถุมงคลต่าง ๆ หลบหนีไปที่บ้านในเขต อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น โดยมีชาวบ้านเข้ามาดูการทำแผนจำนวนมาก
พ.ต.อ.พัทฐกร กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้ามาก่อเหตุงัดตู้สำหรับใส่วัตถุมงคลภายในพิพิธภัณฑ์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งอยู่ในวัดป่ามัชฌิมาวาส แล้วขโมยเอาพระเครื่อง, พระพุทธรูป, วัตถุมงคลและสิ่งของอื่น ๆ ไปจำนวนมาก และเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ได้รับแจ้งอีกว่า มีคนร้ายงัดหน้าต่างกุฏิพระในวัดแล้วปีนเข้าไปขโมยเอาวัตถุมงคล, เงินสด และสิ่งของอื่น ๆ แล้วหลบหนีไป
โดยการก่อเหตุทั้ง 2 ครั้ง และ 2 จุดนี้ กล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ แต่จากการสอบปากคำพระลูกวัดทราบว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายเป็นชายเข้ามาพยายามขโมยพระพุทธรูป และทรัพย์สินในศาลาวัด ก่อนที่พระรูปดังกล่าวจะตื่นมาเห็นจึงพยายามจับตัวไว้แต่ไม่ทัน คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนเดียวกัน
จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังในบริเวณศาลาวัด พบว่าสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ และทำการสืบสวนเรื่อยมาจนทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุรวมทั้ง 3 ครั้งเป็นคนเดียวกัน คือ นายทวีชัย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับ และจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางดังกล่าว
จากการสอบสวน นายทวีชัย รับสารภาพว่า เดิมเป็นชาว จ.ขอนแก่น ปัจจุบันมาได้ภรรยา และมีอาชีพขายแตงโมอยู่ใน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น และอยู่ในวงการพระเครื่องมาก่อน ทั้งนี้ ก่อนเหตุได้มาทำบุญที่วัดแห่งนี้ และเห็นพระเครื่องในพิพิธภัณฑ์จำนวนหลายองค์ซึ่งน่าจะมีราคา จึงวางแผนที่จะมาขโมย ครั้งแรกวันที่ 20 ส.ค. เข้ามาขโมยพระในศาลาวัดแต่ไม่สำเร็จ เพราะมีพระลูกวัดมาเห็นก่อน จึงหลบหนี ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้
นายทวีชัย สารภาพต่อว่า กระทั่งวันที่ 25 ส.ค. ช่วงกลางคืนได้ขับรถจักรยานยนต์จาก จ.ขอนแก่นมาจอดข้างกำแพงวัด และปีนกำแพงเข้ามาในวัด ก่อนจะเข้าไปในครัวหยิบเอาทัพพีแล้วเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ใช้ทัพพีงัดตู้ใส่วัตถุมงคลและของที่ระลึก ขโมยเอาพระพุทธรูป พระเครื่อง และวัตถุมงคลแล้วหลบหนีไปที่บ้านในเขต อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น
นายทวีชัย สารภาพอีกว่า เนื่องจากมีเซียนพระสั่งและต้องการเหรียญของหลวงตามหาบัว จากนั้นได้โทรศัพท์ให้เซียนพระที่อยู่ใน จ.ขอนแก่นมาดู และตกลงซื้อขายกันในราคา 23,000 บาท ส่วนวัตถุมงคลที่เหลือได้นำไปขายให้กับบุคคลอื่นอีกหลายคน ต่อมาเกิดความย่ามใจเมื่อวันที่ 10 ก.ย. เวลากลางคืน ได้ย้อนกลับมาใช้เหล็กงัดหน้าต่างกุฏิพระลูกวัดปีนเข้าไปขโมยเอาวัตถุมงคลและสิ่งของอื่น ๆ แล้วหลบหนีไปที่บ้านอีกครั้ง
นายทวีชัย สารภาพว่า โดยได้นำวัตถุมงคลดังกล่าวไปขายเซียนพระทั่วไป เมื่อได้เงินมาแล้วจะนำไปเที่ยวเตร่ ดื่มสุรา กระทั่งมาถูกตามจับตัวได้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสอบดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ฯ โดยใช้ยานพาหนะ






