สคทช. เดินหน้าส่งเสริมพัฒนาอาชีพ-การตลาด อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พร้อมผลักดันเป็นพื้นที่ต้นแบบ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ สคทช. เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เรื่องที่ดินทำกินมาโดยตลอด และได้ดำเนินการผ่านโครงการหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการในภารกิจการกระจายถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่ที่อาศัยและป้องกันการสูญเสียสิทธิ์ในที่ดินจากการจำนอง การขายฝาก เพื่อให้เกษตรกรยังคงมีสิทธิ์ในที่ดินทำกินของตนเอง ตลอดจนส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่ทำกิน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ดร.รวีวรรณ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพื่อประชุมติดตามผลการดำเนินงานการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพและการตลาด ในพื้นที่ราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียน ที่ ปจ. 259 โดย เนื้อที่ทั้งแปลงประมาณ 68-3-47 ไร่ (หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ ปจ 0897 เลขที่ดิน 162 ระวาง 5336I0636-0836) เดิมใช้ประโยชน์ในราชการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นที่ตั้งโรงเรียนวัดจันทรังษีถาวร (โรงเรียนวัดซำปลาตองเดิม) โรงเรียนยุบเลิกและได้ ส่งคืนกรมธนารักษ์ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ว่าง จัดให้เช่า จำนวน 2 สัญญา

ประกอบด้วย 1) เช่าเพื่ออยู่อาศัย เนื้อที่ประมาณ 4,591.20 ตารางวา (11-1-91.20 ไร่) ทะเบียนรายตัวผู้เช่า 1-022502-4-60 สัญญาเช่าที่ 1-ปจ-49/2561 ลงวันที่ 17 กันยายน 2561 ปัจจุบันค่าเช่าปีละ 14,875.- บาท (หนึ่งหมื่นสี่พันแปดร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน) 2) เช่าเพื่อประกอบการเกษตร เนื้อที่ประมาณ 34-3-00 ไร่ (13,900 ตารางวา) ทะเบียนรายตัว ผู้เช่า 2-022502-3-100 สัญญาเช่าที่ 2-ปจ-5/2561 ลงวันที่ 17 กันยายน 2561 ค่าเช่าปีละ 7,576.- บาท (เจ็ดพันห้าร้อยเจ็ดสิบหกบาทถ้วน) สมาชิกสหกรณ์ฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 41 ราย (ครัวเรือน) (แบ่งแปลงย่อยสำหรับสมาชิก 41 ราย เพื่ออยู่อาศัย รายละประมาณ 100 ตารางวา และเพื่อประกอบการเกษตร รายละ 0-3-00 ไร่ (300 ตารางวา)

“การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการประชุมหารือร่วมกับราษฎรที่ได้รับการจัดที่ทำกินในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบความคืบหน้าและปัญหาการดำเนินงาน ประกอบด้วย กรมธนารักษ์ กรมที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้แทนจาก คทช.จังหวัด เพื่อร่วมหาแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้พื้นที่ทำกินของตนเอง ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่ทำกิน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” ผอ.สคทช. กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายธเนศ ยังจิตร อดีตผู้ใหญ่บ้าน ที่ปรึกษาคทช.บ้านโนนฝาว ระบุว่า ชาวบ้าน41 ราย ในอำเภอนี้ได้รับคัดเลือกให้มีที่ดินทำกิน รายละ1ไร่ แบ่งพื้นที่เป็น4 ส่วน คือ 1งานที่อยู่อาศัย ที่ดินอีก3 งานทำการเกษตร แต่สามารถจุนเจือครอบครัวได้เป็นอย่างดี ด้วยการทำการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรฐกิจพอเพียง เกษตรเพียง3 งาน หมุนเวียนปลูกพืชปลอดสารพิษ ซึ่งต้องขอบคุณโครงการของ คทช. ที่ให้ชาวบ้านมีที่อยู่ที่ทำกิน สามารถหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้เพิ่มขึ้น
